คุณพ่อคุณแม่ฟังทางนี้…เทคนิคการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก

การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

เป็นสิ่งที่ได้ยินกันมาตลอดว่าการที่จะสอนให้ลูกเป็นคนดีและมีนิสัยน่ารักนั้นจุดเริ่มต้นก็มักจะมาจากที่บ้านสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับเขานั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าเกือบทุกบ้านคุณพ่อคุณแม่คือคนที่อยู่ใกล้ชิดลูกในแทบจะทุกช่วงเวลาจึงไม่แปลกที่ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีนิสัยและพฤติกรรมแบบไหนแล้วลูกก็จะมีความคิดพฤติกรรมคล้ายๆ แบบนั้น…ครั้งนี้เลยจะขอมาแนะนำวิธีที่คุณพ่อคุณแม่ทำแล้วจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกของพวกคุณได้



เปิดใจให้กว้าง…เป็นคุณที่ดีกว่าเดิมเพื่อลูกกัน

1.แสดงความรักต่อลูกให้เป็นชีวิตประจำวัน

แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่บางคนแม้จะรักลูกขนาดไหนแต่ก็เป็นคนที่มาดเยอะจะพูดหรือแสดงความรักความห่วงใยให้ลูกได้เห็นแต่ละทีก็ต้องคั้นแล้วคั้นอีก ในจุดนี้อยากจะขอบอกไว้ว่าเด็กเขาใสซื่อกว่าที่คิดอย่าพยายามคาดหวังให้เขารับรู้ได้เองถ้าคุณไม่พยายามแสดงออก ไม่อยากจะให้โตมาแล้วลูกรู้สึกเป็นปมไปแล้วค่อยมาแก้ไขบอกกันทีหลังเพราะมันอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกแย่ของลูกที่ผ่านมาได้

เริ่มต้นง่ายๆ กับการโอบกอด ยิ้มแย้ม พูดคุยอย่างเป็นกันเองด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน รับฟังเขาด้วยความใส่ใจ นี่คือพื้นฐานที่ไม่ว่าวัยไหนก็ต้องการและยิ่งถ้าเป็นเด็กๆ ได้รับด้วยแล้วสิ่งดีๆ เหล่านี้ก็จะซึมซับใส่ตัวเขาไปโดยที่ไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

2.คุณต้องมีวินัย มีระเบียบและแสดงความรับผิดชอบให้ลูกเห็น

เด็กเล็กยังไม่ใช่วัยที่จะมีความอดทนกับอะไรมากนักเขาอาจจะเลิกทำอะไรกลางทางอยู่บ่อยๆ

นี่จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะต้องยื่นมือเขาไปช่วยเขาทำสิ่งเหล่านั้นให้สำเร็จเพื่อให้เขาได้เรียนรู้กับความภูมิใจในการตั้งใจทำอะไรแล้วสำเร็จพร้อมทั้งคอยสอนให้เขาเห็นถึงความสำคัญของความรับผิดชอบอย่างมีระเบียบวินัยอีกด้วย

3.อย่าลืมว่านอกจากความรักลูกก็ต้องการเวลาจากคุณด้วย

เข้าใจเลยว่าการมีครอบครัวและการเลี้ยงลูกนั้นอาจจะทำให้ภาระของทั้งคุณพ่อคุณแม่เพิ่มมากขึ้นและอาจจะต้องทำงานหรือสิ่งต่างๆ เยอะขึ้นแต่แน่นอนว่าเวลาของคนเราก็มีจำกัดอยู่เท่าเดิมจึงเป็นเรื่องที่คุณจะต้องหันมาจัดสรรเวลาเพื่อเว้นช่องว่างให้ลูกด้วย ขอให้กิจวัตรประจำวันของคุณมีเวลาที่แบ่งไว้ให้ลูกอยู่อย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะมีญาติๆ หรือพี่เลี้ยงของลูกอยู่ที่บ้านคอยอยู่ดูแลเขาแล้ว นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะสามารถนำมาอ้างกับตัวเองได้ว่าลูกมีคนดูแลอยู่แล้วได้ เพราะสุดท้ายแล้วสายสัมพันธ์ของพ่อแม่ลูกคือสิ่งสำคัญและเหนียวแน่นอนที่สุดและแน่นอนว่ามันก็ต้องการการสานต่อเช่นเดียวกัน

4.เป็นตัวอย่างในการตัดสินใจที่ดีให้กับลูก

การตัดสินใจที่ดีนั้นส่วนใหญ่ก็จะยึดอยู่กับความถูกต้องเป็นหลักแม้ว่าในความจริงแล้วทุกอย่างจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นตามความเหมาะสมแต่ขั้นแรกของการเรียนรู้คุณก็ควรให้ลูกได้รู้จักกับการตัดสินใจแบบง่ายที่สุดก่อน ทำให้เขาเห็นว่าเมื่อคุณพ่อและคุณแม่มีเรื่องที่จำเป็นต้องตัดสินใจนั้นมีขั้นตอนและวิธการอย่างไร จะดีมากถ้าคุณว่างพอจะอธิบายให้เขาฟังถึงการตัดสินใจของคุณด้วย และที่สำคัญควรทำให้เขาเห็นว่าคุณเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมไม่ใช่เลือกในสิ่งที่ง่ายและถูกใจเพียงอย่างเดียว แล้วค่อยๆ สอนให้เขาเรียนรู้ไปกับสถานการณ์ต่างๆ เพื่อใช้การตัดสินใจให้ถูกต้องนั่นเอง

5.พึ่งพาตัวเองคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

แรกๆ การดูแลและทำทุกอย่างให้ลูกก็คือสิ่งจำเป็นเพราะเขายังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีนักแต่เมื่อเวลาผ่านไปคุณพ่อคุณแม่ย่อมรู้ดีว่าจุดไหนที่ลูกจะเริ่มทำและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเองแล้วบ้างและนี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ลูกรู้จักทำทุกอย่างด้วยตัวเอง พึ่งตัวเอง และเลือกที่จะช่วยเหลือตัวเองก่อนหันไปขอความช่วยเหลือคนอื่น สิ่งเหล่านี้นานวันไปนอกจากจะทำให้เขาเอาตัวรอดในสังคมได้ดีแล้วนั้นอาจจะเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเริ่มมีน้ำใจแบ่งปันและช่วยเหลือคนอื่นๆ ต่อไปก็เป็นได้

ไม่มีอะไรที่จะสอนลูกได้ดีไปกว่าการทำให้ลูกดู เชื่อเถอะว่าไม่ว่ามากหรือน้อยสุดท้ายลูกก็จะสามารถซึมซับสิ่งดีๆ จากพวกคุณไปได้อย่างแน่นอน และมันก็เป็นอีกก้าวหนึ่งของชีวิตคุณพ่อคุณแม่เหมือนกันที่จะทำให้ได้เรียนรู้กับการเสียสละและการคิดถึงลูกก่อนตัวเองเสมอว่าทำสิ่งไหนหรือทำอะไรแล้วจะมีผลกับลูกอย่างไรบ้าง

Poy T.

2,852 views

นักเขียนอิสระที่สนใจเรียนรู้การเติบโตของสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ...นักอบขนมและบาริสต้าในชีวิตประจำวัน Facebook

Profile

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง