หาก Time Out ไม่ได้ผล เรามา Time In กันดีกว่ามั้ย?



การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

วันนี้ผู้เขียนมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ “ทฤษฎี Time Out & Time In” มาฝากค่ะ เชื่อเลยว่าหลายครอบครัวอาจได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ Time Out คลาดเคลื่อนไป ซึ่งจะส่งผลให้การนำไปใช้ก็ผิดเพี้ยนไปด้วย ที่สำคัญ จากที่คุณพ่อคุณแม่หวังว่าลูกจะสำนึกผิด แต่กลับกลายเป็นได้ลูกที่เก็บกดหรือยิ่งไปผิดทางแทน
สิ่งที่ผู้เขียนจะนำมาบอกเล่าในวันนี้ เพียงเพื่อต้องการให้คุณพ่อคุณคุณแม่ได้พิจารณาเลือกใช้วิธีการสอนลูกให้เหมาะสมกันไปในแต่ละคน เพราะเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน

Time Out ที่ถูกต้องคืออะไร?

คุณหมอ Edward Christophersen, Ph.D หนึ่งในผู้ริเริ่มวิธี Time Out กล่าวว่า ยังมีคุณพ่อคุณแม่หลายท่านเข้าใจผิดว่า Time Out คือ การจัดให้เด็กนั่งบนเก้าอี้หรือหันหน้าเข้ามุมเพื่อสำนึกผิด โดยต้องนั่งอยู่อย่างนั้นนาน 1 นาทีต่ออายุเด็ก เช่น 2 นาที สำหรับ เด็กอายุ 2 ขวบ เป็นต้น

จริงๆ แล้ว Time Out ที่ถูกต้อง คือ การแยกเด็กออกมาจากสถานการณ์ที่ทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมที่เป็นปัญหานั้น ซึ่งวิธี Time Out ที่ถูกต้องนี้ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กได้ใช้เวลาในการสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ทันทีที่เด็กสงบลงก็จะสามารถกลับเข้าไปทำยังสิ่งก่อนหน้าได้

ผลเสียของการใช้ Time Out ผิดวิธี

  1. จากการศึกษาของ Dr. Daniel J.Siegel (Clinical professor of psychiatry at the UCLA School of Medicine) ด้วยการสแกนสมอง พบว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นในสมองเด็กที่ถูกจับแยกอย่างผิดวิธีนี้ เหมือนกับเด็กที่รู้สึกว่าตัวเองถูกทำร้ายร่างกาย
  2. สำหรับเด็กเล็กอาจยังไม่เข้าใจเหตุผล เค้ายังคิดเองไม่ได้ เด็กก็จะไม่สำนึกผิด แถมยังจะเข้าใจว่าเป็นความใจร้ายของคุณพ่อคุณแม่แทน
  3. บางคนจะใช้เวลานี้ในการตำหนิตัวเอง ทำให้เด็กเห็นค่าตัวเองลดลง (Self-esteem)
  4. การใช้ Time Out กับเด็กเล็ก เค้าจะรับรู้ว่าเวลาที่เค้ากำลังเผชิญกับปัญหา เค้าจะถูกพ่อแม่บังคับให้อยู่ตามลำพัง ลองคิดดู หากลูกมีความรู้สึกติดตัวแบบนี้ไปจนโต เวลาลูกมีปัญหา เค้าจะอยากพึ่งพ่อแม่มั้ย?
  5. เด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบ เค้ายังไม่สามารถเข้าใจเหตุผลได้มากพอ แต่ยังต้องพึ่งการช่วยแก้ปัญหาและสงบสติอยู่ ดังนั้น การใช้วิธีนี้ในเด็กที่เล็กมากๆ อาจเป็นการทำลายความสัมพันธ์หรือสายใยรักระหว่างลูกและพ่อแม่ได้

Time In คือ อะไร?

เมื่อใดก็ตามที่ลูกงอแง โวยวาย หงุดหงิด จะเอาแต่ใจตัวเองขึ้นมา หรือไม่สามารถแก้ปัญหาตรงหน้าได้ แทนที่คุณพ่อคุณแม่จะจับให้ไปนั่งแยกเข้ามุมเหงาๆ คนเดียว และคอยแต่นั่งดูเค้า หรือบางครอบครัวอาจไม่สนใจเลยก็มี ให้เปลี่ยนเป็น…การทำให้เค้ารู้ว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถอยู่กับลูกได้ เพื่อให้ลูกสงบลง บางครั้งเพียงแค่การนั่งข้างๆ กัน หามุมสงบนั่งด้วยกัน โอบกอดลูก ค่อยๆ สอนหรือปลอบ (ไม่ใช่ต่อว่าหรือต่อรองนะคะ) เพื่อให้เค้าสงบลง ที่สำคัญ วิธีจะเป็นการทำให้เค้ารู้ว่าไม่ว่าลูกจะมีอารมณ์อย่างไรหรือจะต้องแก้ปัญหาที่ยากเย็นแค่ไหน คุณพ่อคุณแม่ก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเค้าเสมอ
ในระหว่างที่นั่งอยู่ด้วยกัน คุณพ่อคุณแม่อาจใช้ช่วงนี้ชี้บอกอารมณ์ของลูกในตอนนั้น เพื่อให้เค้าได้เรียนรู้และรู้จักกับอารมณ์ของตนเอง และเป็นการบอกให้เค้าว่าเราเข้าใจเค้า

ข้อดีของการใช้ Time In

  1. คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เวลานี้ในการกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก แสดงออกซึ่งความรัก ความเข้าใจ และเมื่อลูกต้องเผชิญกับปัญหา คุณพ่อคุณแม่จะอยู่เคียงข้างพร้อมที่จะช่วยลูกแก้ปัญหาเสมอ
  2. ลูกน้อยจะได้อุ่นใจว่ายังมีคุณพ่อคุณแม่อยู่เคียงข้าง เพื่อช่วยให้ลูกเรียนรู้อารมณ์ตนเอง รวมถึงวิธีการที่จะช่วยให้เค้าเย็นลง
  3. เด็กเล็กจะเรียนรู้ว่า เมื่อเค้ามีปัญหา คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ผลักใสเค้าให้อยู่อย่างเดียวดาย แต่จะรอจนกว่าเค้าจะเย็นลง คุณพ่อคุณแม่ถึงจะยอมรับ
  4. เด็กที่มีปัญหาด้านพฤติกรรม บ่อยครั้งเกิดจากการที่ไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร บางครั้งเค้าแค่ต้องการเรียกร้องความรัก ความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ แต่ไม่รู้ว่าต้องแสดงออกอย่างไร การใช้ Time In จะช่วยให้ลูกได้รับการตอบสนองในทางบวก สร้างความรัก ความผูกพันที่ดีได้ แถมยังเป็นการทำให้ลูกได้เรียนรู้วิธีเรียกร้องความรักอย่างถูกวิธีอีกด้วยค่ะ

หากบ้านไหนใช้ Time Out แล้วพฤติกรรมของลูกยังคงเหมือนเดิม ไม่มีแนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ลองหันมาใช้ Time In ดูนะคะ ผู้เขียนไม่ได้บอกว่า Time Out ไม่ดี หรือมาชักชวนให้เลิกใช้ Time Out แต่ผู้เขียนเพียงต้องการให้คุณพ่อคุณแม่ได้ร่วมสร้างความรัก ความผูกพันที่ดีในครอบครัว เพราะยิ่งลูกได้รับความรัก ความเข้าใจอย่างถูกวิธีมากเท่าไหร่ เมื่อเค้าเติบโตขึ้น เค้าจะเป็นคนดีคนหนึ่งของครอบครัวและสังคมค่ะ

แม่โน้ต

100,037 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ