Self Esteem ต่ำ ทำให้เด็กขี้วีน ทำไมต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก (2/2)

Self Esteem ต่ำ ทำให้เด็กขี้วีน ทำไมต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก
การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

มาต่อกันเลยค่ะจากบทความที่แล้ว แม่โน้ตขอเท้าความถึงบทความทิ้งท้ายกันซักนิดนะคะ แม่โน้ตพูดถึงเรื่อง

สาเหตุที่เด็กขี้โมโห ขี้หงุดหงิด และขี้วีน

  • เด็กไม่เคยได้รับคำชมจากพ่อแม่
  • ไม่ยอมรับความคิดเห็นของเด็ก
  • ไม่ปล่อยให้ลูกได้แสดงความสามารถ

คุณพ่อคุณแม่ลองค่อยๆ คิดตามนะคะ

“คนทั่วไปเวลาที่เค้าถูกกระทำอะไรซักอย่างในด้านอารมณ์ เค้าจะสามารถเก็บไว้และปล่อยวางได้เลยไหม?” …ก็ไม่ถูกไหมคะ แต่จะมีการแสดงออกถึงพฤติกรรมอยู่เพียง 2 อย่าง คือ

เงียบ เก็บกด ทำร้ายร่างกายตัวเอง

เป็นพฤติกรรมที่ระบายออกมากับตัวเอง เป็นการทำให้ลูกต้องยอมรับไปดุษฎีว่าตัวเองไม่มีความสามารถ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ ไม่เป็นที่รักของใคร โทษตัวเอง นั่นเพราะ คุณพ่อคุณพ่อคุณแม่ไม่เคยเปิดโอกาสให้เค้าได้แสดงความสามารถ ความคิดเห็น หรือไม่เคยชื่นชมในตัวลูกเลย

บางครอบครัวหนักกว่านั้น คุณพ่อคุณแม่ชื่นชมคนอื่นให้ลูกฟังอีก…เศร้าแพร้บ แล้วจะเหลืออะไรกับจิตใจลูก

ก้าวร้าว อารมณ์รุนแรง ขี้โมโห เป็นพฤติกรรมที่ระบายออกมากับคนอื่นหรือคนรอบข้าง

นี่แหละค่ะ…ข้อนี้เองที่คุณพ่อคุณแม่ต้องซูมเข้ามาใกล้ๆ เลย เพราะ…เด็กเล็กเค้าเก็บอาการไม่เป็น ปล่อยวางไม่ได้ ซึ่งการแสดงออกด้วยอารมณ์รุนแรงนั้น ก็เป็นเพราะว่า ที่ผ่านมา…

  • ลูกพูดอะไร คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยเชื่อเค้า
  • ไม่เคยให้เค้าได้มีส่วนร่วม หรือแสดงความสามารถ
  • ไม่เคยให้เค้าได้ลองผิด ลองถูกเอง

เหล่านี้ทำให้เค้าคิดว่า “เค้าไม่มีค่าในสายตาคุณพ่อคุณแม่เลย” นานๆ เข้า ความคิดเหล่านี้ก็ฝังหัวเด็ก ทั้งๆ ที่ความคิดพื้นฐานของเด็ก คือ “อยากให้คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าเค้ามีความสามารถ และยอมรับในตัวเค้า

เค้าจึงต้องแสดงออกด้วยการพูดเสียงดังๆ เอาไว้ก่อน และพยายามหาเหตุผลต่างๆ นาๆ เท่าที่เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะคิดได้ ซึ่งจะผิดหรือถูกก็ไม่รู้ เด็กรู้แต่เพียงว่าอยากให้คุณพ่อคุณแม่เชื่อและยอมรับในความคิดของเค้าบ้างก็เท่านั้น ความก้าวร้าวหรืออารมณ์รุนแรงจึงเกิดขึ้น

วิธีการปลูกฝัง Self Esteem

การปลูกฝัง Self Esteem สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ 2 ปีแรกเลยค่ะ เพราะบางคนก็เจอลูกแบบวัยทอง 2 ขวบ (Terrible Twos) แล้ว แต่ยังแก้ไขทันค่ะ

ยอมรับความคิดเห็นของลูก

แม้ลูกจะเห็นต่างจากเรา คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดใจรับฟังและยอมรับความคิดเห็นของลูก เพื่อที่ลูกจะได้กล้าแสดงออกมากขึ้น แต่ในบางอย่างถ้าลูกเห็นผิด เราสามารถค่อยอธิบายให้ลูกฟังได้นะคะ อย่าเออออทั้งๆ ที่เป็นตรรกะที่ผิด

ให้ลูกได้ลองผิดลองถูก หากเป็นเรื่องเล็กน้อย

เช่น เรื่องของการพับผ้า หากวิธีของคุณแม่พับหนึ่ง แต่ลูกพับอีกแบบหนึ่ง ก็ควรปล่อยให้เค้าได้ลองทำเอง เพราะสุดท้ายผลที่ได้คือ ผ้าถูกพับเหมือนกัน แม้อาจจะไม่เรียบร้อยเท่าคุณแม่แม่เราสามารถบอกลูกได้ว่า ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็จะดีกว่าวันนี้ เป็นต้นค่ะ

ให้เวทีในการแสดงออกกับลูกอย่างสร้างสรรค์

หมายถึง ถ้าลูกอยากทำอะไรไม่ว่าจะเรื่องเล็กอย่างการช่วยงานบ้านไปจนเรื่องใหญ่ๆ อย่างการขึ้นเวทีจริง อย่างนี้ถ้าเห็นว่าเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์ คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมค่ะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง รู้จักวิธีจัดการกับปัญหา และรู้จักการวางแผนได้อีกด้วยค่ะ

การติเตือน ควรเป็นติเพื่อก่อ ด้วยน้ำเสียงปกติ

เรื่องการติเตือน น้ำเสียงและท่าทางที่ใช้เป็นสิ่งสำคัญนะคะ เพราะเด็กจะรับรู้ได้ (ได้ดีเลยแหละ) ว่าคุณพ่อคุณแม่รู้สึกอย่างไร การใช้น้ำเสียงควรเป็นไปอย่างปกติ ติเพื่อก่อจริงๆ

ชมเชยทุกครั้งที่ลูกทำดี หรือสำเร็จ

การชมเชย สามารถทำได้ตลอดแม้ว่าบางครั้งลูกทำไม่สำเร็จ แต่ก็ได้พยายามแล้ว เพื่อแสดงให้ลูกได้เห็นว่า ลูกเป็นคนมีความสามารถ แต่ความสำเร็จอาจไม่ได้มาง่ายด้วยการลองเพียงครั้งเดียว

ฝึกให้ลูกมีคุณธรรม

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ หากจะต้องโตไปใช้ชีวิตอยู่ในสังคม เพราะคุณธรรมจะทำให้ลูกเป็นที่รักของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ความซื่อสัตย์ ความเมตตา การไม่อิจฉาริษยา และการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นต้น

ฝึกให้ลูกคิดบวก มองจุดดีของคนอื่น

เริ่มง่ายๆ ด้วยการที่ต้องมีคุณพ่อคุณแม่เป็นตัวอย่างค่ะ แล้วเราค่อยตามด้วยคำสอน การคิดบวกจะทำให้ลูกมีทัศนคติที่ดีต่อทั้งตนเองและคนอื่น ไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครรักหรือไม่รัก

ให้เวลากับลูก “รักลูก กอดลูก”

หลายครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านกันทั้งคู่ แต่…ก็อยากจะบอกว่า ทันทีที่คุณพ่อคุณแม่มีเวลาควรให้กับลูกให้มากๆ รักเค้า แสดงออกมาว่ารักค่ะ เช่น การกอด การหอม เพราะความรักจากคุณพ่อคุณแม่ เปรียบเสมือนเกราะป้องกันให้เค้าได้เมื่อโตขึ้น เช่น ถ้าเค้าคิดจะทำไม่ดีอะไรซักอย่าง เค้าจะฉุกคิดถึงความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่มาก่อน แม้ไม่ได้ 100% แต่ก็ดีกว่า “รักแล้วไม่แสดงออก” เป็นไหนๆ

เห็นไหมค่ะ เรื่องของ Self Esteem มันสำคัญมากกว่าที่เราคิด พฤติกรรมตอนโต สืบเนื่องมาจากเรื่องราวในอดีตของเด็กคนหนึ่งทั้งสิ้น การแสดงออกของคนๆ หนึ่ง ในวันนี้ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ก็เป็นเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนเค้ามาแบบนั้นทั้งสิ้น รักลูก ควรปลูกฝัง Self Esteem นะคะ

แม่โน้ต

172,799 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ