Self Esteem ต่ำ ทำให้เด็กขี้วีน ทำไมต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก (1/2)

Self Esteem ต่ำ ทำให้เด็กขี้วีน ทำไมต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก
การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

“เดี๋ยวนะ…Self Esteem มันคือเรื่องการเห็นคุณค่าในตนเองไม่ใช่หรอ แล้วเกี่ยวอะไรกับการที่เด็กขี้วีนคือเด็กที่มี Self Esteem ต่ำด้วยล่ะ?”

เปิดเรื่องมาด้วยคำถามก่อนเลย ต้องบอกก่อนเลยว่าเมื่อก่อนเรื่อง “Self Esteem หรือ การเห็นคุณค่าในตนเอง” นั่น แม่โน้ตก็เคยได้ยินมาแต่ก็ไม่ได้ให้น้ำหนักมันมากเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบอ่านอยู่แล้ว เห็นแม่ๆ หลายคนอาจติดปัญหาเรื่องลูกเป็นคนขี้โมโห อารมณ์ร้ายอยู่บ่อยครั้ง ก็เลยให้เวลากับเรื่องนี้พอสมควร ซึ่งอารมณ์ขี้โมโห ขี้วีน ขี้หงุดหงิดนี้สามารถติดไปจนโตได้นะคะ หากคุณพ่อคุณแม่ไม่รีบแก้ไขเสียตั้งแต่วันนี้ อนาคตอาจเหนื่อยกว่านี้แน่นอน

วันนี้แม่โน้ตอยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาคุยกันก่อนค่ะว่า เจ้า Self Esteem คือ อะไร ทำไมต้องปลูกฝัง แล้ววิธีการปลูกฝังลูกนั้นมีอะไรบ้าง แล้วค่อยมาต่อกันในเรื่องของเด็กขี้วีนเกี่ยวอะไรกับการที่มี Self Esteem ต่ำ

Self Esteem หรือ การเห็นคุณค่าในตนเอง นั้นคืออะไร?

การเห็นคุณค่าในตนเอง หรือ Self Esteem ความรู้สึก ความคิดที่มีต่อตัวเอง ซึ่งจะส่งผลต่อการกระทำ ความกระตือรือร้นในการใช้ชีวิต รวมไปถึงความสามารถในการรับมือกับอารมณ์และเหตุการณ์ต่างๆ โดย…

ผู้ที่มี Self Esteem สูง – จะมีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง มีมุมมองในการใช้ชีวิตในแง่บวก
ผู้ที่มี Self Esteem ต่ำ – จะมีทัศนคติลบต่อตนเอง มองทุกอย่างเป็นแง่ลบ จะขาดความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิต

ลักษณะของผู้ที่มี Self Esteem ต่ำ

  • รู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ ไม่เป็นที่รักของใคร
  • รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า
  • เกลียดตัวเอง
  • ไม่มีความมั่นใจ
  • โทษตัวเอง
  • ไม่มีความสุข
  • มักพบปัญหาในเรื่องการตัดสินใจ
  • แม้ได้รับคำชมจากผู้อื่น ก็ไม่เชื่อ

จากทัศนคติด้านบน จะเห็นว่าสุดท้ายแล้วเด็กกลุ่มนี้ก็จะกลายเป็นเด็กที่ชอบเก็บตัวเงียบ แล้วเอาเรื่องทุกเรื่องที่ตนเองคิดไปเองว่าไม่ดีมาสุมไว้กับตัวเอง ท้ายที่สุดแล้ว บางรายอาจถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายได้

ทำความเข้าใจพฤติกรรมเด็กในวัย 2-5 ขวบ

ในกรณีสำหรับเด็กเล็ก อายุประมาณ 2-5 ขวบ ถ้าเด็กเหล่านั้นเป็นเด็กที่ขี้วีน ขี้เหวี่ยง ขี้โมโห โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้สังเกตพฤติกรรมและหาสาเหตุจริงอาจทำให้ปัญหาถูกมองข้ามไป และแก้ไขไม่ถูกจุด เมื่อแก้ไม่ถูกจุด พฤติกรรมเหล่านี้ก็ติดตัวเด็กไปจนโตทำให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ขี้โมโห ขี้หงุดหงิดได้ค่ะ

“ทำไมลูกเป็นเด็กขี้โมโห ขี้หงุดหงิด และขี้วีน?”

แม่โน้ตอยากให้คุณพ่อคุณแม่นึกย้อนไปเรื่องของพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัยก่อนนะคะ

เด็กอายุ 2-5 ปี – จากทารกที่ยังสื่อสารได้ไม่เป็นคำพูด จนเริ่มโตขึ้น เริ่มมีคำศัพท์ในหัวมากขึ้น (แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะสื่อสารในเรื่องที่ซับซ้อน) จะเริ่มมีความคิดเป็นของตนเอง อยากมีส่วนร่วม อยากทำโน่น นี่ นั่น เอง อยากให้คุณพ่อคุณแม่ชมเชยเค้าในสิ่งที่เค้าพยายามทำ อยากให้คุณพ่อคุณแม่ยอมรับในตัวเค้า และสุดท้ายอยากให้คุณพ่อคุณแม่…รักเค้า

สาเหตุที่เด็กขี้โมโห ขี้หงุดหงิด และขี้วีน

เด็กไม่เคยได้รับคำชมจากพ่อแม่

เริ่มแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจก่อนค่ะว่าเด็กทุกคนต้องการให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจในตัวเค้า ด้วยการ “ให้คำชมเชยตามสมควร” ไม่ใช่นึกชื่นชมในใจ อย่างนี้เด็กก็ไม่สามารถรับรู้ได้ค่ะ

ไม่ยอมรับความคิดเห็นของเด็ก

เพราะความที่คุณพ่อคุณแม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะกว่า จึงมั่นใจว่าวิธีการแก้ปัญหาได้ดีกว่า จึงไม่ยอมรับความคิดเห็นของลูก สุดท้ายเมื่อเด็กเจอบ่อยๆ เข้า เค้าจะรู้สึกว่า เค้าเป็นคนที่แก้ปัญหาไม่เก่ง และไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ไม่ปล่อยให้ลูกได้แสดงความสามารถ

ย้อนกลับหัวข้อก่อนหน้าที่แม่โน้ตบอกว่า ลูกทุกคนอยากทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวทีให้เค้าแสดงออก เค้าก็จะรู้สึกว่า “ฉันเป็นคนไม่มีความสามารถอะไรเลย ทำอะไรก็ไม่เป็น

และมาถึงตรงนี้ขอดอกจันล้านดอกเพราะ…เดี๋ยวเราต้องตัดไปบทความถัดไปแล้วค่ะ สำหรับบทความถัดไปจะเป็นการบอกเล่าต่อว่า หลังจากที่เด็กถูกกระทำจากคุณพ่อคุณแม่แบบนี้แล้ว เด็กๆ จะมีการแสดงออกอย่างไร?

แม่โน้ต

180,679 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ