12 วิธีเลี้ยงเบบี๋ให้มีอีคิวสูง (ความฉลาดทางอารมณ์)



การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

เด็กแต่ละคนเกิดมามีความฉลาดทางปัญญา(Intelligence Quotient = IQ) ต่างกัน ซึ่งสิ่งนี้ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ด้วย เช่น ถ้าคุณพ่อคุณแม่ฉลาด โอกาสที่ลูกน้อยจะฉลาดก็มีมาก แต่ในปัจจุบันกลับพบว่า คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานแล้วนั้นต้องอาศัย EQ ด้วย
วันนี้เราจะมาพูดถึง EQ กันค่ะ ว่า EQ คืออะไร?สำคัญอย่างไรในแต่ละด้านของชีวิต? แล้วในแต่ละช่วงอายุของลูกน้อยคุณพ่อคุณแม่ต้องฝึกด้านใดบ้าง? ไปดูกันค่ะ

EQ คืออะไร?

EQหรือย่อมาจาก Emotional Quotient หมายถึง ความฉลาดทางอารมณ์ คนที่มี EQ ดี คือคนที่รู้จัก เข้าใจ และรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง สามารถควบคุมพฤติกรรมหรือการแสดงอารมณ์ได้อย่างถูกกาลเทศะ กลับกัน คนที่มี EQ ต่ำ มองโลกในแง่ลบ ซึ่งมีผลต่อสภาพจิตใจ จนกระทบต่อชีวิตการทำงาน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นคนที่มี“ปัญหาด้านสุขภาพจิต”

ทำไม EQ จึงมีความสำคัญมาก?

EQ มีความสำคัญและประโยชน์ในหลายๆ แง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ครอบครัว ไปจนถึงเรื่องการทำงาน เรามาดูกันทีละข้อนะคะ

1.บุคลิกภาพ

การมี EQ ดีแสดงว่ามีวุฒิภาวะทางอารมณ์ดี เข้าใจความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น ทำให้เป็นที่รักของผู้อยู่ใกล้ชิด และเป็นที่ยอมรับของสังคม

2.ด้านการสื่อสารกับผู้อื่น

สามารถแสดงอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้อย่างถูกกาลเทศะ

3.ด้านการงาน

ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากเรามีแรงจูงใจ ความคิดสร้างสรรค์ และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเพื่อนร่วมงาน

4.ด้านการให้บริการ

ผ่านการรับฟังและเข้าใจกับความต้องการของลูกค้า ทำให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด

5.ด้านการบริหารจัดการ

ช่วยในเรื่องการเป็นผู้นำ รู้จักใช้คน และได้ใจผู้ใต้บังคับบัญชา

6.เข้าใจชีวิตของตนเองและผู้อื่น

ผู้ที่เข้าใจตัวเอง ควบคุมตัวเองได้ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ย่อมเป็นที่รักของคนรอบข้าง ทำให้ประสบความสำเร็จ มีความสุขทั้งในหน้าที่การงาน และชีวิตครอบครัวค่ะ

วิธีการฝึกลูกให้มี EQ

1.ส่งเสริมพัฒนาการด้านจิตสังคม ผ่านพัฒนาการในด้านต่างๆ

ของแต่ละช่วงวัยดังนี้

  • แรกเกิด – 1 ปี สร้างความไว้วางใจขั้นพื้นฐาน โดยที่มีคุณพ่อคุณแม่ดูแลอยู่ใกล้ๆ และตอบสนองความต้องการของลูกได้ถูกต้องการยอมรับตนเองจะตามมา
  • อายุ 1-2ปีสร้างความสามารถในการควบคุมตนเอง โดยการหัดให้ลูกควบคุมร่างกายในการกิน การนอน และการขับถ่ายให้เหมาะสม
  • อายุ 3-5 ปีพัฒนาในด้านความคิดริเริ่ม โดยเริ่มเล่นสมมติ ใช้จินตนาการ เปิดโอกาสให้ลูกแสดงความคิดเห็น คุณพ่อคุณแม่รับฟัง และตอบคำถามที่ลูกน้อยถาม
  • อายุ 6-12 ปีพัฒนาความขยันหมั่นเพียรในการทำงาน ส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ด้านต่างๆ รับผิดชอบตัวเองในกิจวัตรประจำวัน รวมถึงงานในบ้าน

2.ฝึกให้มีระเบียบวินัย

กำหนด “กฏเกณฑ์ในบ้าน” ให้ชัดเจน อะไรทำได้ อะไรห้ามทำ รวมถึงขอบเขตความรับผิดชอบเรื่องในบ้าน ข้อนี้ทุกคนในบ้านต้องฝึกไปในทิศทางเดียวกัน และอย่าลืมชมเชยลูกตามสมควร หากลูกรับผิดชอบได้ดี ด้วยคำพูด หรือ การโอบกอดเป็นต้น ซึ่งจะส่งผลให้ลูกเป็นเด็กที่มีวินัย มีความอดทน สามารถรอคอย ควบคุมและจัดการอารมณ์ตนเองได้ดีค่ะ

3.ฝึกให้รู้จักแก้ปัญหาเปิด

โอกาสและสนับสนุนให้ลูกได้คิดได้ลองทำ และแก้ปัญหาด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่จะให้คำปรึกษาก็ต่อเมื่อลูกขอความช่วยเหลือ

4.ฝึกทักษะทางอารมณ์

มีดังต่อไปนี้

  • เข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกลูกนับเป็นพื้นฐานสำคัญของการฝึกทักษะทางอารมณ์ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ต้องไวต่อความรู้สึกลูก ไม่ตำหนิ ไม่ตอกย้ำกับอารมณ์ที่ลูกแสดงออกมา
  • สอนทักษะทางอารมณ์ หากลูกยังคงอยู่ในอารมณ์นั้นๆ ไม่ว่าด้านบวกหรือลบ ถือเป็นโอกาสที่คุณพ่อคุณแม่จะสอนลูก ลูกจะเข้าใจได้ดีว่าควรปรับเปลี่ยนความคิดหรือมุมมองอย่างไร
  • รับฟังและยอมรับความรู้สึกของลูก ให้ลูกรู้ว่าไม่ผิดถ้าจะรู้สึกแบบนั้น
  • ให้ลูกรู้จักอารมณ์ของตนเอง ว่าที่กำลังรู้สึกนี้เรียกว่าอะไรเป็นการรู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง
  • กำหนดขอบเขตพฤติกรรมที่จะแสดงออกจากอารมณ์นั้นๆ ให้ลูกรู้ว่าความรู้สึกใดก็ตามที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่…การแสดงออกนั้นต้องมีขีดจำกัด

มาถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าคุณพ่อคุณแม่คงจะเห็นภาพในเรื่องการฝึกให้ลูกมี EQ กันมากขึ้นนะคะ ที่สำคัญ คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ฝึกกันไปนะคะ เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลา เหมือนต้นไม้ หากเราต้องการให้เค้าเติบโตแข็งแรง แผ่กิ่งก้านสาขาไปได้ไกล ก็ต้องคอยดูแลเอาใจใส่ รดน้ำ พรวนดินกันตั้งแต่เป็นต้นกล้า…ลูกๆ ก็เช่นกัน

แม่โน้ต

87,036 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ