การเล่นบทบาทสมมติสามารถช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกได้

การเล่นบทบาทสมมติสามารถช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกได้
การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

ช่วงนี้ยังคงเป็นช่วงที่โรงเรียนยังปิดเทอมยาวอยู่เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด ดังนั้น ในบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็อาจคิดไม่ออกแล้วว่าจะชวนลูกทำกิจกรรมหรือเล่นอะไรดี บางทีก็เห็นลูกนั่งเล่นกับตุ๊กตา พูดอยู่กับตุ๊กตา แต่…รู้หรือไม่คะว่าสิ่งนั้นคือ ลูกกำลังเล่นบทบาทสมมติ (Role Playing) อยู่ซึ่งการเล่นบทบาทสมมนี้นับว่าเป็นเรื่องดีนะคะ เพราะกิจกรรมนี้สามารถกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ดีทีเดียว

หลักในการเล่นบทบาทสมมติ

สำหรับหลักในการเล่นบทบาทสมมตินั้น จะมีด้วยกัน 3 ข้อ ได้แก่

นำวัตถุหรือสิ่งของมาจินตนาการให้เป็นอย่างอื่น

เช่น การเอาลูกปัดหรือกระดุมมาทำเป็นเหรียญ หรือการเอาใบไม้ทำเป็นธนบัตร แทนเงินที่เอาไว้ซื้อของ เป็นต้น

สวมบทบาทใหม่ หรือ การสมมติ

เรียกว่าเป็นการสวมบทบาทใหม่ให้กับสิ่งของนั้นๆ โดยให้ต่างไปจากเดิม เช่น สมมติให้ตุ๊กตาหมีเป็นคนไข้ มาเข้ารับการรักษา หรือบางทีก็สวมบทบาทใหม่ให้ตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ไปปราบโจร เป็นต้น

จินตนาการเกี่ยวกับสถานที่นั้นใหม่

เช่น การกำหนดอาณาเขตของบ้านเสียใหม่ โดยอาจใช้ขอบประตูเป็นแนวกั้น ถ้าเลยขอบประตูนั้นไปก็เป็นตลาด เป็นต้น

ทักษะที่ได้จากการเล่นบทบาทสมมติ

ขึ้นชื่อว่า “การเล่น” ก็คือต้องสนุก ลูกมีความสุข และยิ่งถ้าเป็นในเรื่องของการเล่นบทบาทสมมตินอกจากจะสนุกแล้ว ลูกยังได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะในหลาย ๆ ด้านอีกด้วยนะคะ ไปดูกันค่ะว่ามีด้านใดบ้าง

ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์

หลังจากที่ลูกเลือกแล้วว่าจะสวมบทบาทเป็นใคร ทำอาชีพอะไร ลูกจะมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นโดยการเชื่อมโยงบทบาทของตัวละครนั้น และแสดงออกตามบทบาทที่ลูกเลือก อาทิ ลูกเลือกที่จะเป็นอาชีพคุณหมอ ลูกก็จะต้องเชื่อมโยงจินตนาการไปว่า ถ้าเป็นคุณหมอ เวลาที่จะตรวจคนไข้หรือรักษาคนไข้ คุณหมอต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อเวลาที่ลูกไปหาคุณหมอจริง ๆ ลูกก็จะสังเกตว่าคุณหมอตรวจอะไร อย่างไรบ้างนั่นเองค่ะ

ทักษะด้านภาษา

เนื่องจากกิจกรรมการเล่นบทบาทสมมติเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ภาษาและการสื่อสารเป็นหลัก โดยเสริมด้วยท่าทางให้สอดคล้องกับท่าทาง บางครั้งถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นลูกพูดคนเดียวโดยมีตุ๊กตาเป็นเพื่อน แสดงว่าลูกกำลังเล่นบทบาทสมมติตามจินตนาการของลูกอยู่ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรอาศัยช่วงเวลานี้เล่นกับลูกนะคะ เพราะลูกกำลังอยู่ในวัยที่กำลังหัดพูด และที่สำคัญลูกจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ จากคุณพ่อคุณแม่อีกด้วยค่ะ

ทักษะทางสังคม

เพราะ “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” การเล่นบทบาทสมมติ ลูกจะได้เรียนรู้ในการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน ๆ สร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น ได้เรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกัน ที่สำคัญ ลูกจะได้เรียนรู้ในเรื่องของการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีอีกด้วยนะคะ

ทักษะทางอารมณ์

เพราะเด็กในวัยปฐมวัยนี้ ยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ กลับกันคือ ชอบแสดงออกอารมณ์และความรู้สึก ดังนั้น การให้ลูกได้เล่นบทบาทสมมติก็จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้เด็กได้มีโอกาสแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเต็มที่ โดยผ่านตัวละครที่ลูกสวมบทบาทอยู่ อาทิ ดีใจ เศร้า เสียใจ มีความทุกข์ มีความสุข ฯลฯ สำหรับข้อนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เป็นโอกาสในการสอนลูกได้นะคะว่าเมื่อตัวละครนั้น ๆ รู้สึกแบบนั้นแล้ว เค้ามีการแสดงออกอย่างไร และที่สำคัญเป็นการชี้ชวนให้ลูกได้รู้จักและจัดการอารมณ์ของตัวเองได้อย่างถูกต้องอีกด้วยค่ะ

ทักษะด้านความจำ

การเล่นบทบาทสมมตินับเป็นการกระตุ้นความจำลูกได้ดีทีเดียวค่ะ เพราะลูกต้องเรียนรู้และจำว่าตัวละครนั้น ๆ ต้องทำอะไรบ้างหรือมีพฤติกรรมอะไรบ้าง เช่น ถ้าลูกชอบเล่นเป็นคุณหมอ คุณพ่อคุณแม่อาจจะกระตุ้นความจำลูกได้ เช่น

คุณแม่

คุณหมอคะ วันนี้ดิฉันรู้สึกเจ็บคอมากเลยค่ะ มีน้ำมูกด้วย รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว คุณหมอช่วยตรวจให้ทีได้ไหมคะ?

ลูก

ได้ค่ะ

คุณแม่

ต้องตรวจอะไรก่อนคะคุณหมอ?

ลูก

วัดไข้ค่ะ

คุณแม่

ถ้ามีไข้ ต้องมีอุณหภูมิอยู่ที่เท่าไหร่คะคุณหมอ?

หากคุณพ่อคุณแม่ไม่รู้จะชวนลูกทำกิจกรรมอะไรดีในช่วงที่ต้องอยู่บ้านยาวอย่างนี้ ลองเลือกการเล่นบทบาทสมมติดูนะคะ เป็นอีกหนึ่งทางออกที่ดีได้เลย ลูกจะได้ทั้งความสนุกและได้กระตุ้นพัฒนาการไปด้วย^^

อ้างอิง
Youngciety.com

แม่โน้ต

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความแนะนำ