สุขภาพช่วงตั้งครรภ์

ฮอร์โมนสำคัญที่คนท้องควรรู้ ฮอร์โมนต่ำไป เสี่ยงแท้ง

ต้องบอกว่าเรื่องของ “การตั้งครรภ์” นั้นเป็นอะไรที่ sensitive มาก เรียกว่าหากต้องการตั้งครรภ์ต้องมีการเตรียมตัวของว่าที่คุณแม่ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ระยะตั้งครรภ์ ไปจนถึงหลังคลอดกันเลยทีเดียว และเมื่อตั้งครรภ์แล้วว่าที่คุณแม่ก็จะต้องเจอกับอาการต่างๆ เช่น แพ้ท้อง มีความอ่อนไหวทางอารมณ์ อารมณ์แปรปรวน ปวดหลัง ปวดอุ้งเชิงกราน ฯลฯ ซึ่งอาการเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายทังสิ้น
คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะเคยได้ยินมาบ้างใช่มั้ยคะเกี่ยวกับคำว่า “เพราะฮอร์โมนสูง ร่างกายจึงมีการเปลี่ยนแปลง……” เปลี่ยนไปอย่างไรบ้างก็ว่าไป แต่…หาก “ฮอร์โมนต่ำ” ล่ะ? อาจทำให้คุณแม่เสี่ยงแท้งได้
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับฮอร์โมนสำคัญของคนท้อง 3 ตัวด้วยกัน แล้วแต่ละตัวส่งผลอะไรบ้างกับคุณแม่ ไปดูกันค่ะ



ฮอร์โมนสำคัญของคนท้อง

Human Chorionic Gonadotropin (hCG)

เป็นฮอร์โมนตัวแรกที่ทำให้ร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลง ฮอร์โมนตัวนี้จะถูกสร้างขึ้นเมื่อร่างกายมีการปฏิสนธิ จากเซลล์ในไข่ที่ถูกผสมและมาฝังตัวที่มดลูก และจะพัฒนากลายเป็นรกต่อไป

ในช่วงแรกที่ไข่เริ่มมีการผสมและรกยังเติบโตไม่เต็มที่ ฮอร์โมน hCGนี้จะมีหน้าที่ไปกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนตัวอื่นๆ และหากรกเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว รกก็จำทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนตัวอื่นๆ แทนรังไข่ ส่วนฮอร์โมน hCGที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกระตุ้นรังก็ค่อยๆ ลดน้อยลงและหมดหน้าที่ไป

ฮอร์โมน hCGส่งผลกับคุณแม่คือ จะมีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียนในช่วงไตรมาสแรก หากคุณแม่คนไหนที่มีอาการแพ้ท้องมากๆ แสดงว่ามีฮอร์โมน hCGสูงนั่นเองค่ะ

ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen)

ในช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์ฮอร์โมน hCGจะกระตุ้นให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน เพื่อช่วยเสริมสร้างและทำให้เนื้อเยื่อในส่วนต่างๆ อ่อนนุ่มขึ้น ยืดหยุ่นได้มากขึ้นในขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์ และยังจากนี้ฮอร์โมนเอสโตรเจนยังมีหน้าที่อื่นๆ อีก อาทิ

  • กระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้น เตรียมตัวให้ไข่ที่ผสมแล้วมาฝังตัว ซึ่งจะทำให้มดลูกของคุณแม่ขยาย ผนังมดลูกหนาขึ้น เสริมสร้างเนื้อเยื่อของเซลล์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น จึงทำให้ตอนท้อง มดลูกจึงสามารถขยายใหญ่ได้เป็นหลายร้อยเท่า
    ซึ่งเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ครบกำหนด ทดลูกจะขยายจนมีความจุได้ถึง 3-5 จากก่อนท้องสามารถจุได้เพียง 10 มิลลิลิตรเท่านั้น นอกจากนี้ฮอร์โมนนี้ยังมีส่วนทำให้ผนังช่องคลอดหนาขึ้น ยืดขยายได้ดีขึ้น เพื่อให้ลูกน้อยในท้องเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่
  • ช่วยกระตุ้นให้เลือดในร่างกายของคุณแม่ที่ท้องไหลเวียนได้มากขึ้นไปหล่อเลี้ยงที่มดลูก เพื่อนำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงลูกน้อยในท้องนอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของลูกน้อยในท้องให้มีพัฒนาการที่สมวัย
  • ฮอร์โมนนี้ยังมีส่วนทำให้ผนังหลอดเลือดขยายใหญ่ขึ้น ทำให้สารน้ำต่างๆ ในระบบไหลเวียนเลือดซึมออกมาได้ง่าย จึงทำให้คุณแม่มีอาการบวมน้ำได้ง่าย โดยเฉพาะหากต้องนั่ง ยืน หรือเดินนานๆ
  • เพราะฮอร์โมนนี้เพิ่มสูงขึ้น จึงส่งผลให้คุณแม่มีอารมณ์แปรปรวน รวมไปถึงหลังคลอด คือ ทำให้เต้านมขยายใหญ่ขึ้น เพราะมีการสร้างและขยายของท่อน้ำนม

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน(Progesterone)

ฮอร์โมนนี้นอกจากจะทำงานเดี่ยวได้แล้ว ยังสามารถทำงานคู่กับฮอร์โมนตัวอื่นๆ ได้อีกด้วย อาทิ ฮอร์โมนเอสโตรเจน อีกทั้งยังสามารถช่วยสนับสนุนและยับยั้งฤทธิ์ของฮอร์โมนตัวอื่นไม่ให้ออกฤทธิ์ในช่วงเวลาที่ไม่จำเป็น เช่น

  • ลดความตึงตัวของเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ในกรณีที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะไปทำให้มดลูกขยายและพร้อมที่จะมีการหดรัดตัว แต่ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนนี้จะไปทำการยับยั้งอาการ ทำให้มดลูกไม่หดรัดตัวมาก ทำให้ทารกมาฝังตัวที่มดลูกได้ ไม่หลุดออกไป และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะลดต่ำลงเมื่อใกล้คลอด มดลูกก็จะเริ่มหดรัดตัว และคลอดลูกออกมาได้ค่ะ
  • ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะทำงานร่วมกับฮอร์โมนเอสโตรเจน เพื่อปรับให้เยื่อบุโพรงมดลูกให้เหมาะกับการฝังตัว คือ ทำให้หนาขึ้น มีเลือดมาเลี้ยงได้มากขึ้น ฯลฯ
  • ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีส่วนช่วยทำให้กล้ามเนื้อ เอ็นข้อต่อยืดขยาย เป็นเหตุให้แม่ปวดเมื่อยได้ง่าย

หากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำ

จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่….

  • หากก่อนตั้งครรภ์ จะทำให้คุณแม่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้
  • หากอยู่ระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ อาจเป็นได้ว่าการตั้งครรภ์ครั้งนี้อาจล้มเหลว ซึ่งถือเป็น การแท้งโดยธรรมชาติ

วิธีสังเกตหากโปรเจสเตอโรนต่ำลง

อุณหภูมิในร่างกายของคุณแม่ต่ำลง ตัวเย็นขึ้น หากมีอาการดังกล่าวควรพบคุณหมอโดยด่วนค่ะ

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. คนท้องนวดหน้านวดหัวได้ไหม
  2. ประสบการณ์ตรง ครรภ์เป็นพิษ! อันต…
  3. 5 ท่าโยคะ สำหรับคุณแม่ตั้งครรถ์ใ…
  4. 5 โรคที่ชอบมาทักทายช่วงคุณแม่ตั้…
  5. 5 อาหารคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องหลีกเล…
  6. ท้องอ่อน…ห้าม! ทำอะไรบ้าง?
  7. ดื่มแอลกอฮอล์แล้วเพิ่งรู้ว่าท้อง…
  8. จำเป็นหรือไม่…หากแม่เป็นโร…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP