การคลอดและหลังคลอด

การบล็อกหลังคลอดลูกมีกี่ชนิด? มีข้อดีข้อเสียอย่างไร? ผลข้างเคียง?

กับระยะเวลาที่นานกว่า 9 เดือน คุณพ่อคุณแม่ต่างรอคอยที่จะเจอหน้าเจ้าตัวเล็ก แต่…ก่อนที่พ่อแม่จะเจอหน้าลูกเรามาดูข้อมูลเกี่ยวกับการคลอดซักหน่อยดีกว่าค่ะ ว่าการคลอดแบบบล็อกหลังคืออะไร? มีวิธีการอย่างไร?และจะมีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่เรามาดูกันเลยค่ะ



การบล็อกหลัง คืออะไร?

การบล็อกหลังมีวิธีการคือ คุณแม่จะนอนตะแคงงอตัว หรือนั่งก้มตัวห้อยขา (แล้วแต่แพทย์จะพิจารณา)แพทย์จะใช้เข็มสำหรับการบล็อกหลังแทงเข้าไปบริเวณหลังส่วนล่างจนถึงช่องไขสันหลัง แล้วฉีดยาเข้าไป คุณแม่จะมีอาการชาบริเวณช่วงล่างของร่างกาย และจะขยับช่วงล่างไม่ได้ไม่มีผลต่อลูก วิธีนี้จึงเหมาะกับการผ่าตัดบริเวณส่วนล่างของร่างกาย

การบล็อกหลังมีกี่ชนิด?

1.การบล็อกหลังแบบ Epidural

วิธีการ
วิสัญญีแพทย์จะแทงเข็มซึ่งภายในมีหลอดนำยาขนาดเล็กเข้าไปที่กระดูกสันหลังของคุณแม่ หลอดนำยาจะค้างอยู่ข้างในและจะค่อยๆ ปล่อยยาออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อออกไปคุมชั้นผิวหนังของไขสันหลังที่เรียกว่า Dura ให้หมดความรู้สึก

ข้อดี
หลังจากที่แพทย์แทงเข็มที่กระดูกสันหลังแล้ว คุณแม่จะหมดความรู้สึกตั้งแต่ช่วงเอวลงไปประมาณ 5 นาที ในบางรายอาจนานกว่านี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่ได้รับ วิธีนี้จะช่วยให้คุณแม่ไม่เจ็บปวดกับการที่มดลูกบีบตัว ยังสามารถขยับตัวหรือเคลื่อนไหวได้ หรืออาจจะงีบหลับได้ระหว่างรอคลอด

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

  • อาจทำให้ปวดศีรษะ ในบางรายอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน คัน และร่างกายสั่น แต่เมื่อหมดฤทธิ์ยาก็จะหายไปเอง
  • อาจทำให้ความสามารถในการควบคุมกล้ามเนื้อกระดูกเชิงกรานลดลง ส่งผลให้หากมีลูกคนที่สอง ต้องเลื่อนเวลาการคลอดออกไป 1 ชั่วโมง หรืออาจต้องใช้คีมช่วยคลอดร่วมด้วย

2.การบล็อกหลังแบบ Spinal Block

วิธีการ
แพทย์จะใช้เข็มแทงเข้าไปที่บริเวณหลังส่วนล่างของคุณแม่เข็มจะเจาะผ่านไขกระดูกสันหลังชั้น Dura ตรงเข้าไปที่แนวไขสันหลังทันที ซึ่งจะทำให้คุณแม่รู้สึกชาตั้งแต่ช่วงเอวลงไป ขณะเดียวกัน อาจทำให้ประสิทธิภาพในการคลอดลดลงด้วย การบล็อกแบบนี้ส่วนมากมักจะใช้กับคุณแม่ที่ใกล้คลอด เพราะยามีฤทธิ์อยู่ได้แค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น
ข้อดี

  • ช่วยระงับความปวดได้ภายใน 1-2 นาที
  • ปริมาณยาที่ใช้น้อยกว่าแบบ Epidural

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

  • เนื่องจากยามีฤทธิ์ค่อนข้างสั้น ซึ่งอาจหมดฤทธิ์ก่อนทารกจะคลอด ซึ่งแพทย์จะไม่ทำการฉีดซ้ำเป็นครั้งที่สองดูแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์น้อยมาก เพราะยังไม่มีใครสามารถคำนวณเวลาการคลอดที่แน่นอนได้
  • ผลข้างเคียงอาจทำให้คุณแม่ปวดศีรษะ ตัวสั่น คลื่นไส้ และคัน

3.การบล็อกหลังแบบผสมระหว่างEpidural กับ Spinal Block

วิธีการ
การบล็อกหลังแบบนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “เทคนิคแบบสองเข็ม” คือ การใช้เข็มเป็นเซ็ต แพทย์จะแทงเข็มขนาดใหญ่ซึ่งข้างในจะมีเข็มขนาดเล็กอยู่อีกอันเข้าไปที่กระดูกไขสันหลัง เข็มเล็กข้างในจะลงลึกไปที่แนวไขสันหลัง (Spinal) เพื่อให้ยาออกฤทธิ์เฉียบพลัน หากการคลอดยังไม่เกิดขึ้นภายในที่ยาบล็อก Spinal ออกฤทธิ์ แพทย์จะใช้ยาบล็อกหลังอีกครั้งในระดับ Epidural ซึ่งจะออกฤทธิ์ช้าและอยู่ได้นานกว่าเข็มใหญ่ โดยไม่ต้องแทงเข็มซ้ำ

ข้อดี
คุณแม่ยังสามารถรับรู้สิ่งต่างๆ รอบข้างได้ เคลื่อนไหวร่างกายได้

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
ปวดศีรษะ ตัวสั่น คัน และคลื่นไส้

เหตุที่ไม่นิยมการผ่าคลอดแบบดมยา

ปัจจุบันไม่ค่อยได้นำมาใช้ในการผ่าตัดคลอดแล้ว เนื่องจากคุณแม่ที่ท้องมีการเปลี่ยนแปลงจากภาวะปกติในทุกระบบของร่างกาย ทำให้การดมยาสลบมีความยากลำบากมากกว่า เช่น

  1. เสี่ยงต่อการสอดท่อหายใจเข้าไปไม่ได้ มีการสำลักอาหารเข้าปอด ส่งผลให้ปอดอักเสบติดเชื้อ อาจอันตรายถึงชีวิตได้
  2. เสี่ยงต่อภาวะขาดออกซิเจน เสี่ยงต่อลูกน้อยด้วย
  3. การดมยาสลบจะต้องใช้ยาหลายชนิดฉีดร่วมกัน ผลเสียคือ อาจมีการส่งผ่านไปถึงลูกด้วย

การผ่าตัดแบบบล็อกหลังนับเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดทั้งกับคุณแม่และลูกน้อย ซึ่งการผ่าคลอดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็เสร็จค่ะ เร็วจนบางทีคุณแม่อาจคิดว่า อ้าว…เราคลอดแล้วหรือนี่

ผู้เขียนบทความ

แม่โน้ต

แม่โน้ต

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. คุณแม่ลูกอ่อนขี้ลืมหลังคลอด พร้อ…
  2. คุณแม่หลังคลอด เลือกผลไม้ชนิดใดถ…
  3. ผมร่วงหลังคลอด แม่ปลอดภัย แต่อัน…
  4. เตรียมให้พร้อมก่อนคลอดธรรมชาติ
  5. ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไร ให้ห่างไกล…
  6. ทำอย่างไรเมื่อคุณแม่ต้องเผชิญกับ…
  7. วิธีดูแลสุขภาพแผลผ่าคลอดและคลอดป…
  8. อาหาร 10 ประเภทต้องห้าม! คุณแม่ห…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP