ตกเลือดหลังคลอด อันตรายมากกว่าที่คิด

การคลอดและหลังคลอด

การจะมีลูกได้แต่ละคนนั้น คุณแม่ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ดูแลเค้าให้ดีตั้งแต่ในท้อง แต่ใช่ว่าหลังคลอดแล้วจะสบายนะคะ ไม่ค่ะ…อย่าคิดอย่างนั้น 555 เพราะแม้หลังคลอดลูกแล้ว คุณแม่ก็ต้องใส่ใจตัวเอง สังเกตร่างกายตัวเองว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะ “การตกเลือดหลังคลอด” เพราะมีอันตรายหรือชีวิตได้ การตกเลือดมีอาการอย่างไร ถ้าเกิดขึ้นกับคุณแม่แล้วจะต้องเข้ารับการรักษาอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันเลยค่ะ


อาการตกเลือดหลังคลอดหมายถึง?

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ประนอม บุพศิริ ได้อธิบายเกี่ยวกับภาวะตกเลือดหลังคลอดไว้ว่า ภาวการณ์ตกเลือดหลังคลอด (Postpartum hemorrhage) หมายถึง หลังจากคุณแม่คลอดทารกและคลอดรกเสร็จสิ้นแล้ว หาก…

กรณีธรรมชาติ (ทางช่องคลอด)

ยังมีเลือดออกมากกว่าหรือเท่ากับ 500 มิลลิลิตร และมากกว่าหรือเท่ากับ 1,000 มิลลิลิตร

กรณีผ่าคลอด

ยังมีเลือดออกมาก เรียกได้ว่า มีปริมาณมากจนผิดปกติ จนทำให้มีอาการหน้าซีด หรือเวียนศีรษะ

สาเหตุของการเกิดภาวะตกเลือด

การตกเลือดหลังคลอดทันที (Early or Acute postpartum hemorrhage)

เป็นภาวะการตกเลือดแบบฉับพลัน เกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง โดยสาเหตุอาจมาจากมีการฉีกขาดในโพรงมดลูก หรือกล้ามเนื้อมดลูกหดรัดตัวไม่ได้ ซึ่งเป็นกรณีที่พบบ่อย

การตกเลือดระยะหลัง (Late postpartum hemorrhage)

เป็นภาวะที่มีเลือดออกมากหลังคลอดไปแล้ว 24 ชั่วโมงไปจนถึง 12 สัปดาห์หลังคลอด ซึ่งสาเหตุส่วนที่พบบ่อยที่สุดในกรณีนี้คือ การติดเชื้อ

อาการ

หลังคลอดคุณแม่ลองสังเกตตัวเองด้วยนะคะว่ามีอาการดังกล่าวนี้หรือเปล่า

  • เลือดออกเป็นลิ่มๆ หน้ามืด วิงเวียน คล้ายจะเป็นลม
  • หากคุณแม่กลับมาบ้านแล้ว ยังมีเลือดสดๆ ออกมา อาจเริ่มมีเลือดออกทีละน้อย แล้วค่อยเพิ่มปริมาณมากขึ้น
  • มีไข้
  • ปวดท้องน้อย
  • ปวดมดลูก

ทั้งนี้ ทั้งนั้น คุณแม่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “เลือดออก” กับ “น้ำคาวปลาหลังคลอด” ซึ่งโดยปกติแล้วน้ำคาวปลาน้ำหลังคลอดจะมีสีแดงอยู่ประมาณ 2-3 วัน แต่จะมีปริมาณน้อย ผ่านไป 1 สัปดาห์ก็จะจางลง และไม่ควรมีอาการปวดท้องนะคะ

การรักษา

เพราะการตกเลือดมี 2 แบบ ดังนั้น การรักษาจะเป็นดังนี้ค่ะ

ภาวะที่ตกเลือดอย่างเฉียบพลัน

รักษาโดย…

  • หากฉีกขาดทางช่องคลอด คุณหมอจะเย็บแผลให้
  • หากมีเศษรกหรือเยื่อหุ้มเด็กค้างในโพรงมดลูก คุณหมอจะทำการขูดมดลูก
  • หากมีการเสียเลือดมาก คุณหมอจะให้เลือด และให้สารที่ทำให้เลือดแข็งตัว

ภาวะตกเลือดหลังคุณแม่กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว

หากคุณแม่ยังมีอาการเลือดออกมากส่วนมากมักมาจากการติดเชื้อ หรือไม่ก็อาจมีเศษรกค้างอยู่ในโพรงมดลูก คุณหมอจะทำการอัลตร้าซาวน์ หากมีตกค้างคุณหมอจะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะก่อน แล้วอาจพิจารณาขูดมดลูกต่อไป

แต่ถ้าคุณแม่ยังคงมีเลือดออกมาก คุณหมออาจให้นอนพักที่โรงพยาบาล เพื่อดูอาการซึ่งอาจเป็นการให้น้ำเกลือ หรือเลือดต่อไป

อาการแทรกซ้อน

อากาแทรกซ้อนโดยมากมักเกิดจากการที่เสียเลือดมาก เช่น

  • มีอาการซีด
  • อ่อนเพลีย
  • ไม่มีน้ำนมพอที่จะเลี้ยงลูก เพราะความที่เสียเลือดมาก ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนที่ควบคุมการผลิตน้ำนมไม่พอ
  • ไตวาย
  • เลือดไม่แข็งตัว
  • เสียชีวิต

สำหรับคุณแม่ที่เคยมีลูกมาแล้ว และเคยมีประสบการณ์การตกเลือดมาก่อน จะมีโอกาสตกเลือดได้มากกว่าคุณแม่ท้องทั่วไป ดังนั้น สิ่งสำคัญหากคุณแม่เคยมีประสบการณ์ตกเลือดมาก่อนแล้ว ท้องต่อไปคุณแม่ต้องแจ้งข้อมูลนี้กับคุณหมอด้วยนะคะ เพื่อให้คุณหมอได้วางแผนการดูแลและการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
อีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แก้กัน คือ เมื่อคุณแม่รู้ตัวว่ากำลังจะมีลูก ควรไปฝากท้องกับคุณหมอทันที เพื่อที่คุณหมอจะให้ยาบำรุงครรภ์มา ซึ่งคุณแม่ควรทานยาและปฏิบัติตัวตามที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งครัดนะคะ
การตกเลือดเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่คุณแม่ต้อคอยสังเกตตัวเองด้วยนะคะ ว่ามีอาการดังกล่าวข้างต้นที่เข้าข่ายจะตกเลือดหรือไม่ รู้เร็ว ก็จะรักษาได้เร็วนะคะ

อ้างอิง haamor.com

แม่โน้ต

27,589 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง