สุขภาพช่วงตั้งครรภ์

แม้ไม่มีโรคประจำตัวก็มีโอกาสครรภ์เป็นพิษได้

ในสังคมปัจจุบันหลายครอบครัวมีลูกเมื่ออายุมาก บางคนมีลูกเมื่ออายุเกิน 35 ปี เหตุเพราะต้องทำงานเก็บเงิน เตรียมพร้อมหากมีลูก ซึ่งนั่นก็หมายถึงความเสี่ยงที่ลูกไม่สมบูรณ์หรือครรภ์เป็นพิษก็สูงตามไปด้วยเช่นกัน ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เฉพาะหญิงที่มีอายุเกิน 35 ปีกลุ่มเดียวที่จะเสี่ยงต่ออาการครรภ์เป็นพิษ ว่าแต่จะมีกลุ่มไหนบ้าง? อาการเป็นอย่างไร? จะมีวิธีการรักษาอย่างไร? หรือจะป้องกันได้หรือไม่? ไปดูกันค่ะ


อาการครรภ์เป็นพิษ

ภาวะครรภ์เป็นพิษจะพบได้เมื่ออายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ขึ้นไป (ประมาณ 5-6 เดือน) แต่ระยะที่พบบ่อยที่สุดคือ 7 เดือนขึ้นไป โดยจะมีอาการหลักๆ ดังนี้

  1. บวมตามร่างกาย ตั้งแต่เหนือตาตุ่มขึ้นมา กดแล้วมีรอยบุ๋ม หากบวมมากจะขึ้นที่เปลือกตา ลักษณะเวลาเราลืมตาจะเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน ลืมตาได้ไม่เต็มที่ มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (เกินสัปดาห์ละ 1 กิโลกรัม)
  2. ความดันโลหิตสูง ตั้งแต่ 160/110 มม. ปรอท ขึ้นไป คุณแม่บางท่านขึ้นถึง 220/110 มม. ปรอท ก็มี มีอาการปวดศีรษะ ทานยาแก้ปวดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ตาพร่ามัว เห็นแสงไฟเป็นแสงวูบวาบหรือเป็นแฉก อาจตาบอดชั่วขณะ คลื่นไส้อาเจียน
  3. จุกที่ลิ้นปี่ หายใจไม่สะดวก
  4. ตรวจพบสารไข่ขาว (โปรตีนอัลบูมิน) ในปัสสาวะสูง ปกติแล้วเราจะไม่พบสารไข่ขาวในปัสสาวะเลย ยกเว้นผู้ที่เป็นโรคไตบางชนิด แต่หากตรวจพบสารนี้ในครรภ์ที่มีค่าเท่ากับ 1+ ก็ถือว่าผิดปกติแล้วล่ะค่ะ

ภาวะครรภ์เป็นพิษแบ่งได้เป็น 2 ระยะ

  1. ระยะก่อนชัก (Pre-eclampsia – พรีอีแคลมเซีย) ผู้ป่วยจะมีแค่อาการบวม ความดันโลหิตสูง และพบสารไข่ขาวในปัสสาวะสูง
  2. ระยะชัก (Eclampsia – อีแคลมเซีย) ผู้ป่วยจะชักและอาจหมดสติได้ ซึ่งจะส่งผลต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ถึงขั้นเสียชีวิตได้

จากที่กล่าวมาข้างต้นในระยะก่อนชัก คุณแม่ต้องคอยสังเกตตัวเองด้วยนะคะ เพราะจะมีอาการนำชักมาเป็นสัญญาณเตือนเราก่อน คือ ตาพร่ามัว หายใจไม่ออกเหมือนจุกที่ลิ้นปี่ ปวดศีรษะ หากเป็นมากอาจมีอาเจียนในบางราย ซึ่งถ้ามีอาการดังกล่าว ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันทีค่ะ

ผู้ที่เสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ

  • หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี หรือมากกว่า 35 ปี
  • หญิงตั้งครรภ์แฝด
  • หญิงที่มีโรคประจำตัวก่อนการตั้งครรภ์ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต และโรคไมเกรน เป็นต้น
  • หญิงที่มีระยะการตั้งครรภ์ห่างจากครั้งแรกมากกว่า 10 ปี
  • หญิงที่เคยมีประวัติครรภ์เป็นพิษในครั้งก่อน
  • หญิงที่มีพี่น้องหรือญาติสายตรงที่เคยมีประวัติครรภ์เป็นพิษมาก่อน เช่น มารดา พี่สาว หรือน้องสาวในท้องเดียวกัน เป็นต้น

วิธีรักษาผู้ป่วยในภาวะครรภ์เป็นพิษ

  • หากมีอาการไม่มาก คุณหมอจะให้พักฟื้นที่บ้าน เดินให้น้อยที่สุด พักผ่อนนอนหลับให้ได้มากที่สุด ห้ามมีเพศสัมพันธ์ เพราะการมีเพศสัมพันธ์จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง ฟังการเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์ วัดความดันอย่างสม่ำเสมอ และสังเกตอาการนำชักข้างต้น หากเริ่มมีอาการดังกล่าวให้รับไปพบแพทย์ทันทีค่ะ
  • หากอยู่ในขั้นที่รุนแรง โดยมีความดันมากกว่า 160/110 มม.ปรอท แพทย์จะให้นอนพักที่โรงพยาบาล ควบคุมน้ำและอาหาร พร้อมทั้งฉีดยากันชัก และฟังการเต้นของหัวใจของทารก ภายหลังการรับการรักษาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นหรือมีอาการมากขึ้น แพทย์จะพิจารณาทำคลอดต่อไป

จะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีไหนที่การันตีได้ 100% แต่คุณแม่ก็สามารถปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงได้นะคะ เช่น

  1. นอนหลับให้เพียงพอ
  2. ออกกำลังกายเบาๆ
  3. ดื่มน้ำให้มาก (ประมาณ 8 แก้วต่อวัน)
  4. งดทานอาหารรสจัด อาหารหมัก ดอง ของทอด ของมัน
  5. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชา หรือ กาแฟ
  6. เสริมแคลเซียม เพราะแคลเซียมสามารถช่วยลดความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อนจากครรภ์เป็นพิษได้
  7. เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ ควรฝากครรภ์ทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. จะรู้ได้อย่างไรว่าอาการนี้คือลูก…
  2. ประสบการณ์ตรง ครรภ์เป็นพิษ! อันต…
  3. คนท้องนวดได้ไหม จะอันตรายกับลูกใ…
  4. ท้องแข็ง เป็นอย่างไร? แบบไหนเบบี…
  5. แค่คลอด…ไม่ต้องเครียด
  6. ทำไมคนท้องต้องติดเข็มกลัด ?
  7. ชวนแม่ท้องออกกำลังกายในน้ำ ส่งผล…
  8. อากาศร้อน คนท้องดื่มน้ำอัดลมหรือ…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP