ลูกดิ้นแรง ดิ้นเก่งมาก แข็งแรงจริงหรือ?

ลูกดิ้นแรง ดิ้นเก่งมาก แข็งแรงจริงหรือ?
คลิปการ์ตูน

ลูกดิ้น” เป็นการเคลื่อนไหวของทารกในท้อง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ลูกดิ้นอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น การยืดแขน ยืดขา บิดตัว การสะอึก การได้รับสารอาหารและออกซิเจน เป็นต้น หรือในบางครั้งการที่ลูกดิ้นก็เป็นที่ลูกต้องการตอบสนองกับคุณแม่ค่ะ

Youtube : ลูกดิ้นแรง ดิ้นเก่งมาก แข็งแรงจริงหรือ?

อาการลูกดิ้นเป็นอย่างไร?

เชื่อว่าคุณแม่ทุกคนคงรอคอยวันที่ลูกดิ้นได้ใช่มั้ยล่ะคะ คุณแม่จะรับรู้ถึงการดิ้นของลูกได้ก็ต่อเมื่ออายุครรภ์อยู่ในช่วง 16-20 สัปดาห์ โดยอาการที่ลูกดิ้นในช่วงแรกๆ จะเหมือนปลาทองว่ายน้ำหรือไม่ก็ผีเสื้อกำลังกระพือปีกอยู่ในท้อง การขยับตัวของลูกจะมีทั้งบิดตัว เตะ ต่อย พลิกตัว และม้วนตัว การดิ้นของลูกในท้องจะเพิ่มมากขึ้นจนกระทั่งอายุครรภ์เข้าสัปดาห์ที่ 32 กะคงที่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การดิ้นของลูกอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในวันที่ใกล้คลอด

เมื่ออายุครรภ์เข้าไตรมาสที่ 2 (อายุครรภ์ 4-6 เดือน) ลูกจะขยับตัวมากขึ้น คุณแม่จะสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน เคยมีการศึกษามาแล้วพบว่าเมื่ออายุครรภ์เข้าไตรมาสที่ 3 ลูกจะขยับตัวได้ถึง 30 ครั้งต่อชั่วโมงเลยก็มี

ลักษณะลูกดิ้นในแต่ละช่วงอายุครรภ์

สัปดาห์ที่ 16-19

การเคลื่อนไหวของลูกยังไม่ชัดเจนนักสำหรับท้องแรกคุณแม่ส่วนใหญ่จะเริ่มรับรู้ได้ก็ประมาณสัปดาห์ที่ 18 ท้องถัดมาจะสามารถรับรู้ได้ในสัปดาห์ที่ 16

สัปดาห์ที่ 20-23

คุณแม่จะเริ่มรู้สึกถึงการขยับตัวของลูกได้ชัดขึ้น และจะยิ่งชัดเจนขึ้นในสัปดาห์ต่อๆ มา บางครั้งอาจรับรู้ได้ถึงขนาดว่าลูกขยับตัว หรือเตะเลยก็มี นอกจากนี้ช่วงเย็นเวลาที่คุณแม่ทานอาหาร ลูกก็จะขยับตัวบ่อยเช่นกัน


เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา คุณแม่ต่างดีใจที่ลูกอยู่ในท้อง และการเลี่ยนแปลง เช่น การกินอาหาร อาการต่างๆ ตอนนี้อายุครรภ์ 5 เดือน ขนาดท้องก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

สัปดาห์ที่ 24-28

ของเหลวในถุงน้ำคร่ำมีปริมาณมากขึ้นถึง 750 มิลลิลิตร ทำให้ลูกมีพื้นที่ให้เริงร่ามากขึ้น เมื่อลูกรู้สึกสบายตัวเค้าจะดิ้น จะพลิกตัวไปมา โดยเฉพาะเริ่มขยับแขน ขา มากขึ้น


เดือนที่ 6 ของคุณแม่ทุกคนได้เริ่มขึ้น ช่วงนี้คุณแม่ทุกคนไม่มีอาการแพ้ท้องใดๆ แล้ว แต่คุณแม่จะทราบหรือไม่ ว่านอกจากอาการแพ้ต่างๆ นั้นได้หายไป แต่ยังมีอาการอื่นๆ อีกที่แทรกเข้ามา และคุณแม่ควรจะดูแลสิ่งใด เมื่อลูกในครรภ์อายุ 6 เดือน จะช่วยเสริมสร้างทั้งพัฒนาการ และร่างกายให้ลูกในครรภ์ได้บ้าง

สัปดาห์ที่ 29-31

ลูกเริ่มโตขึ้นแล้ว การขยับตัวจะเริ่มน้อยลง แต่จะชัดเจนมากขึ้น เช่น ต่อยแรงขึ้น เตะแรงขึ้น


เข้าสู่เดือนที่ 7 ยิ่งใกล้ความเป็นจริงในการอุ้มลูกเต็มที แต่ในความเป็นจริงนั้นคุณแม่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ไม่ใช่เสมอไปว่าลูกในครรภ์จะคลอดตามกำหนด เดือนที่ 7

สัปดาห์ที่ 32-35

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับการจับการดิ้นของลูกในท้อง โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเข้าสัปดาห์ที่ 32 ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่ลูกดิ้นมากที่สุด หลังจากนั้นจะเริ่มคงที่ เพราะตัวลูกโตขึ้น พื้นที่ให้เค้าได้เริงร่าน้อยลง แต่จะกินเวลานานขึ้น


คุณแม่ทุกท่านได้ก้าวเข้าสู่เดือนที่ 8 ท้องของคุณแม่ทุกคนได้ขยายใหญ่มากขึ้น ทารกก็ดิ้นจนคุณแม่สัมผัสได้มาก จากการที่ทารกมีขนาดร่างกายที่สมบูรณ์ขึ้น แรงก็มากขึ้นเช่นกัน การลุกการเดินก็ต้องมีจังหวะที่เหมาะสม เพราะขนาดท้องและน้ำหนัก แต่คุณแม่ใกล้คลอดในอีก 1 เดือน…

สัปดาห์ที่ 36-40

เรียกว่า เป็นช่วงเวลาใกล้คลอด


ก้าวเข้าสู้เดือนที่ 9 เดือนสุดท้ายของการอุ้มท้อง คุณแม่ทุกคนมีกำหนดคลอดอยู่แล้ว ซึ่งแตกต่างกันไป ว่าจะต้นเดือน กลางเดือน หรือสิ้นเดือน คุณแม่ทุกคนต่างมีความกังวลแน่ๆ ทั้งกังวลว่าสัญญาณเตือนให้รู้ว่าจะคลอดมีลักษณะใด ลูกจะคลอดก่อนกำหนดหรือไม่ หรือตามกำหนดจะมีสัญญาณเตือนไหม

  • หากเป็นท้องแรก ลูกจะเริ่มกลับหัวลง แต่หากยังไม่กลับหัว กล้ามเนื้อภายในท้องของคุณแม่จะช่วยให้เค้าต้องกลับตัวเพื่อเอาหัวลง จนคุณแม่อาจรู้สึกว่าเหมือนมีแตงโมมากดทับอยู่ที่กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแต่หากลูกยังไม่กลับตัว ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อให้การคลอดปลอดภัยกับทั้งลูกและแม่มากที่สุด
  • หากเป็นท้องสองความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณจะท้องจะน้อยลง ลูกจะเริ่มกลับตัวอย่างช้าๆ และในช่วงสัปดาห์ท้ายๆ ลูกจะยังขยับตัวอยู่ การเคลื่อนไหวจะน้อย แต่ชัดเจน จนบางครั้งคุณแม่อาจรู้สึกเจ็บได้

วิธีการนับลูกดิ้น

  1. ควรนับในช่วงเวลาที่เด็กขยับตัวมากที่สุด ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันในทุกวัน
  2. เมื่อถึงเวลานั้นให้คุณแม่นั่งเอนตัวให้สบายๆ ที่เก้าอี้หรือโซฟาก็ได้ค่ะ
  3. จัดสภาพแวดล้อมให้สงบ เพื่อคุณแม่จะได้มีสมาธิในการนับ
  4. ไม่ว่าลูกจะดิ้น จะพลิกตัว เตะ ยืดแขน ยืดขา ทุกอิริยาบถที่แม่รู้สึกได้ให้นับเป็น 1 ครั้ง
  5. นับจำนวนการดิ้นของลูกที่คุณแม่รู้สึกได้ โดยไม่ควรต่ำกว่า 10 ครั้งต่อเวลา 2 ชั่วโมง ถ้าไม่ครบ 10 ครั้ง ให้นับไปอีก 2 ชั่วโมงจนครบ 10 ครั้งรวมกัน

** ถ้ายังไม่ครบ 10 ครั้งใน 4 ชั่วโมง ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาและวินิจฉัยต่อไป **

ถ้าลูกดิ้นเบา หรือดิ้นน้อย?

  1. ลูกอาจเปลี่ยนท่า อาจเอาส่วนก้นเป็นตัวนำ จึงทำให้คุณแม่ไม่ค่อยรับรู้ถึงการดิ้นของลูก
  2. ลูกในท้องขาดออกซิเจน มักพบในรายที่มีโรงทางอายุรกรรม เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น
  3. ทารกเสียชีวิตในท้อง โดยไม่ทราบสาเหตุ

ถ้าลูกดิ้นมาก ผิดปกติหรือเปล่า?

ในทางการแพทย์ ถ้าลูกดิ้นมาก ดิ้นแรง ถือว่าปกติ อาจมีเหตุมาจากคุณแม่ดื่มชาหรือกาแฟที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนมารวมไปถึงหลังทานอาหารหรือของหวาน เป็นต้น

การนับลูกดิ้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของคุณแม่ทุกควรที่ควรใส่ใจทำทุกวัน อย่างน้อยก็เพื่อป้องกันหรือได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีหากมีอะไรผิดปกติที่เกิดกับลูกนะคะ


ลูกดิ้นแรง แรงดีมาก ดิ้นจนแม่ปวดท้อง ดิ้นน้อยไปก็กังวล ว่าแต่อันไหนคือจะอันตรายมากกว่ากัน? จะทำอย่างไรดี? เรามีคำตอบรอคุณอยู่แล้วค่ะ

แม่โน้ต

327,309 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความแนะนำ