อาหารบำรุงครรภ์ และตั้งครรภ์ สัปดาห์ที่ 1 ถึง สัปดาห์ที่ 4

อาหารบำรุงครรภ์ และตั้งครรภ์ สัปดาห์ที่ 1 ถึง สัปดาห์ที่ 4
พัฒนาการตั้งครรภ์

สำหรับคู่แต่งงานที่ต้องการมีลูก แต่ว่าไม่แน่ใจว่าอาการแบบไหนที่เรียกว่าแพ้ท้อง เพราะอาการแพ้ท้องไม่ได้เกิดกับทุกคน ดังนั้น การตั้งครรภ์ในสัปดาห์แรกร่างกายของคุณแม่จะมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร และเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น จะมีอาการอย่างไร รวมไปถึงลูกน้อยด้วย วันนี้ผู้เขียนมีข้อมูลมาฝากค่ะ แถมด้วยอาหารที่บำรุงครรภ์ในแต่ละช่วง จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

อาการแพ้ท้อง

การแพ้ท้อง เกิดจากระดับฮอร์โมนที่มีชื่อว่า “Human Chorionic Gonadotropin – HCG” ในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้คุณแม่รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ดังนี้

  • อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวลง่าย เครียดง่าย จิตใจอ่อนไหว
  • ประสาทการรับกลิ่นไวมากขึ้น เช่น เหม็นกลิ่นอาหาร และกลิ่นต่างๆ
  • เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน บางรายถ้าเป็นมากก็จะอ่อนเพลีย
  • อยากทานอาหารแปลกๆ ซ้ำๆ และอาจเบื่ออาหารที่เคยทานแบบเดิมๆ

อายุครรภ์ 1 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ 1 สัปดาห์

ในสัปดาห์แรกนี้ คุณแม่ที่ไม่ได้มีการวางแผนการตั้งครรภ์มาก่อน อาจจะไม่ค่อยได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่
แต่หากจะมีการวางแผน ควรไปปรึกษาคุณหมอเพื่อเตรียมตัว เช่น งดแอลกอฮอล์ งดบุหรี่ หลีกเลี่ยงยาที่ไม่จำเป็น และที่สำคัญคุณหมอจะให้คุณแม่ทานโฟลิคต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์ 1 สัปดาห์

โดยทั่วไปแล้วในช่วงสัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่บางท่านอาจจะยังไม่ค่อยทราบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณแม่สังเกตตัวเองว่าประจำเดือนขาดไปประมาณ 12 – 16 วัน (จะรู้เร็วถ้าคุณแม่เป็นคนที่ประจำเดือนมาตรงกันทุกเดือน) ถ้าแบบนี้เป็นไปได้ว่าคุณแม่กำลังจะมีข่าวดีค่ะ นอกจากนี้ให้คุณแม่สังเกตอาการอื่นร่วมด้วยนะคะ อาทิ อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือคัดตึงเต้านม เป็นต้น

ถ้าหากสงสัยว่าตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถซื้อชุดทดสอบการตั้งครรภ์มาทดสอบได้ค่ะ แนะนำให้ซื้อซัก 3 ยี่ห้อ เพื่อความแม่นยำนะคะ

แม่โน้ต

ของแม่โน้ตก็ใช้ 3 ยี่ห้อเหมือนกันค่ะ ขึ้น 2 ขีด ทั้ง 3 ยี่ห้อเลย วันรุ่งขึ้นไปพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์เลยค่ะ

อายุครรภ์ 2 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ 2 สัปดาห์

  • การตกไข่โดยมากมักเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือนครั้งต่อไป 14 วัน ซึ่งถ้าคุณแม่มีรอบเดือนอยู่ที่ 28 วัน วันที่ 14 น่าจะเป็นวันที่ไข่ตก ซึ่งน่าจะมีโอกาสตั้งท้องได้มากที่สุด
  • อารมณ์แปรปรวนง่าย ขึ้น ๆ ลง ๆ
    คุณแม่บางท่านอาจเริ่มมีอาการหงุดหงิดง่าย วิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน จนคนรอบข้างรู้สึกได้ว่าคุณแม่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว
แม่โน้ต

พ่อเหมี่ยวสงสัยว่าแม่โน้ตตั้งครรภ์ก็เพราะอารมณ์แปรปรวนนี่แหละค่ะ จึงซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจ ถึงได้รู้ว่าแม่โน้ตตั้งครรภ์ อารมณ์แปรปรวนขนาดพ่อเหมี่ยวรู้สึกได้^^

  • เริ่มคัดตึงเต้านม
    เป็นอาการที่คุณแม่จะเริ่มรู้สึกได้ คือ มีอาการคัดเต้านมเหมือนช่วงเวลาก่อนที่จะมีประจำเดือนเลยค่ะ และหัวนมก็จะค่อนข้างเปราะบาง อ่อนไหว และไวต่อความรู้สึกมากขึ้น
  • มีเลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอด
    คุณแม่อาจพบว่ามีเลือดไหลออกมาเล็กน้อยจากช่องคลอด บางคนเรียกอาการอย่างนี้ว่า “เป็นเลือดล้างหน้าเด็ก” แต่ความจริงแล้วมันเกิดจากไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วกำลังฝังตัวเข้าไปที่ผนังมดลูก จึงอาจทำให้มีเลือดซึมออกมาได้ แต่เลือดที่ไหลออกมาเล็กน้อยนี้จะมีลักษณะจางกว่าและปริมาณน้อยกว่าประจำเดือน
  • ปวดเกร็งมดลูก
    อาการนี้จะมีลักษณะคล้ายช่วงที่จะมีประจำเดือนค่ะ เพราะเมื่อตั้งครรภ์นั้นในมดลูกจะมีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมากขึ้น มดลูกหนักขึ้น จึงทำให้คุณแม่รู้สึกปวดหน่วง ๆ ที่ท้องน้อยมากขึ้นนั่นเอง

พัฒนาการทารกในครรภ์ 2 สัปดาห์

  • ไข่ที่สุกจะหลุดออกจากรังไข่และปากแตรจะดูดเข้าสู่ท่อนำไข่ ไข่จะเดินทางไปตามท่อรังไข่ไปยังโพรงมดลูก ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 12 – 24 ชั่วโมง
  • ตัวอสุจิที่แข็งแรงที่สุดก็จะว่ายผ่านปากมดลูกเข้าไปในมดลูกและเข้าไปถึงท่อรังไข่โดยใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีนับจากมีการปล่อยอสุจิออกมา แต่…กว่าที่อสุจิจะเตรียมการเจาะเข้าไปปฏิสนธิจนเสร็จสิ้นก็จะใช้เวลาอีกกว่า 6 ชั่วโมง
  • การปฏิสนธิจะเกิดขึ้นได้ในช่วง 72 ชั่วโมงก่อนไขจะตกไปจนถึง 24 ชั่วโมงหลังไข่ตกเท่านั้น เพราะอสุจิจะมีชีวิตรอดอยู่ในภายในท่อรังไข่ได้ประมาณ 72 ชั่วโมง ส่วนไข่จะมีชีวิตรอดอยู่ได้ภายใน 24 ชั่วโมง

อายุครรภ์ 3 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ 3 สัปดาห์

  • ในช่วงนี้คุณแม่บางท่านก็อาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์นะคะ เพราะในบางครั้งไข่ที่ปฏิสนธิแล้วกำลังเดินทางไปฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูก อาจทำให้มีเลือดออกมาทางช่องคลอดเล็กน้อย จะมีแบบนี้อยู่ประมาณ 1 – 2 วัน คุณแม่บางท่านอาจเข้าใจไปว่าเป็นประจำเดือนค่ะ
  • เยื่อบุโพรงมดลูกคุณแม่จะหนาขึ้น เนื่องจากมีเลือดไหลเวียนมาเลี้ยงในบริเวณนี้มากขึ้น ผนวกกับฮอร์โมนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรองรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ค่ะ

พัฒนาการทารกในครรภ์ 3 สัปดาห์

  • ในสัปดาห์นี้จะเริ่มกำหนดเพศจากโครโมโซม 2 แท่ง จาก 46 แท่ง โครโมโซมทั้งสองนี้มาจากไข่และอสุจิอย่างละ 1 แท่ง โดยไข่เป็นโครโมโซม X และอสุจิมีทั้งโครโมโซม X และ Y หากอสุจิโครโมโซม X ผสมกับไข่ จะได้ลูกสาว แต่ถ้าอสุจิโครโมโซม Y ผสมกับไข่จะได้ลูกชาย
  • ไข่และอสุจิที่มีการปฏิสนธิกันเรียบร้อยแล้วก็จะกลายเป็นเซลล์เล็ก ๆ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งเราจะเรียกว่า Zygote โดยจะเริ่มมีการแบ่งขยายเซลล์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และจะกลายเป็นตัวอ่อนที่เรียกว่า Embryo หลังจากนั้นก็จะใช้เวลาเดินทางไปยังโพรงมดลูกใน 36 ชั่วโมง และไปฝังอยู่ที่เยื่อบุโพรงมดลูก

อายุครรภ์ 4 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ 4 สัปดาห์

  • ในช่วงสัปดาห์ที่ 4 นี้ รกจะเริ่มสร้างฮอร์โมนของการตั้งครรภ์หรือ Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะทำให้รังไข่หยุดการตกไข่ชั่วคราว ซึ่งรังไข่จะทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนที่ช่วยหล่อเลี้ยงการตั้งครรภ์แทน โดยฮอร์โมนนี้สามารถตรวจพบได้ทั้งในเลือดและปัสสาวะ ดังนั้น ช่วงนี้คุณแม่จึงสามารถใชชุดตรวจสอยการตั้งครรภ์ได้นั่นเอง
  • ฮอร์โมน HCG จะไปกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้น ส่งผลให้โพรงมดลูกหนาขึ้น มีเลือดไปเลี้ยงทารกในครรภ์มากขึ้น และเต้านมของคุณแม่ก็จะคัดมากขึ้น จึงเป็นสัญญาณในการเปลี่ยนแปลงช่วงแรก ๆ ของแม่ตั้งครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์ 4 สัปดาห์

  • ช่วงนี้ถุงน้ำคร่ำที่เกิดขึ้นจะทำหน้าที่ไปเลี้ยงดู สร้างเม็ดเลือดแดงเพื่อส่งสารอาหารสำคัญต่าง ๆ รวมถึงออกซิเจนในทารกในครรภ์แต่เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ นะคะ ต่อมาเมื่อรกมีการพัฒนามากขึ้นก็จะทำหน้าที่นี้ต่อไป
  • ทารกในครรภ์ไปฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูกเรียบร้อย และยังมีการแบ่งของเซลล์ในส่วนต่าง ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ จนในช่วงปลายสัปดาห์ที่ 4 นี้ ก็จะกลายเป็นกลุ่มเซลล์จำนวนมากที่รวมกันเป็นแท่งยาว
  • ตัวอ่อนในสัปดาห์นี้จะมีขนาดเพียง ¼ นิ้วเท่านั้น ประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชนิด ชนิดแรกจะพัฒนาต่อไปเป็นผม เล็บ หูส่วนใน เลนส์ตา ชนิดที่สองจะพัฒนาต่อไปเป็นระบประสาท จอตา ต่อมใต้สมอง กล้ามเนื้อ กระดูก และเซลล์เลือด เซลล์น้ำเหลือง และชนิดที่สามจะพัฒนาไปเป็นปอด หลอดลม ระบบทางเดินอาหาร ตับ ตับอ่อน กระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

อาหารบำรุงครรภ์ 1 – 4 สัปดาห์

แน่นอนเลยค่ะการเตรียมตัวเป็นแม่ ต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรพิถีพิถันในการเลือกกินอาหาร ดังนี้

  • เน้นกินโฟเลต ซึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยโฟเลตคือ จำพวกเนื้อสัตว์ ผักใบเขียว โฟเลตจะช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์ของตัวอ่อนมีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในเรื่องความปกติของพัฒนาการทางสมอง และระบบประสาทต่าง ๆ ของทารกในครรภ์
  • เน้นกินธาตุเหล็ก เพราะในธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งเม็ดเลือดแดงนี้เองจะเป็นตัวที่นำออกซิเจนจากปอดเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ป้องกันภาวะโลหิตจาง อาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กได้แก่ ธัญพืช ถั่วตระกูลต่าง ๆ ไข่แดง ตับ ผักใบเขียว และเนื้อสัตว์

ในช่วงการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 1 – 4 นี้ หากคุณแม่รู้แล้วว่าตัวเองกำลังจะมีลูกน้อย สิ่งสำคัญที่สุดคือ การต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน เริ่มตั้งแต่รองเท้า อาหารการกิน และการพักผ่อน เพื่อให้ลูกน้อยได้เจริญเติบอย่างแข็งแรงและสมบูรณ์นะคะ

การเปลี่ยนแปลงแม่ตั้งครรภ์ แต่ละสัปดาห์

มดลูกบีบตัวเป็นระยะ ๆ เลย แบบนี้คือใกล้คลอดแล้วหรือยัง? บางครั้งการบีบตัวของมดลูกก็ไม่ได้แปลว่าจะคลอดเสมอไป ต้องมีอาการอื่นร่วมด้วย อาการที่ว่าคืออะไร คลิกที่นี่

บางครั้งรู้สึกเหมือนลูกสะอึก ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือเปล่า? อาการลูกสะอึก สามารถเกิดได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 27 ของการตั้งครรภ์ค่ะ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ ที่คุณแม่คิดไม่ถึงอีก คลิกที่นี่

ลูกจะเริ่มดิ้นสัปดาห์ที่เท่าไหร่? ทารกบางคนถ้าดิ้นแรงจนคุณแม่สามารถรับรู้ได้ก็จะเริ่มจากอายุครรภ์ที่... ติดตามเพิ่มเติม คลิกที่นี่

ลูกก็ใกล้คลอดแล้ว คงไม่ต้องบำรุงอะไรกันมากก็ได้มั้ง? คิดผิดถนัดเลยค่ะ อย่าลืมนะคะว่ากะโหลกของทารกนั้นยังไม่ปิดทั้งหมด ยังต้องการสารอาหารอีกมากมาย จะมีอะไรบ้าง คลิกที่นี่

ตั้งครรภ์ช่วงไหนนะที่เค้าเรียกว่ามีอาการบวมน้ำ จะใช่อาการครรภ์เป็นพิษหรือเปล่า? อาการบวมน้ำมกจะเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่.... ติดตามเพิ่มเติม คลิกที่นี่

การตั้งครรภ์ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงในด้านไหนบ้าง? ช่วงนี้คุณแม่จะเริ่มหงุดหงิดง่าย อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ส่วนทารกในครรภ์จะพัฒนาไปอย่างไร ติดตามได้ที่นี่ คลิกเลยค่ะ

ถ้ารู้สึกเจ็บท้อง แบบนี้คือจะคลอดจริงแล้วใช่ไหม? การเจ็บท้องก็คือการที่มดลูกมีการหดเกร็ง ซึ่งบางครั้งอาจแค่เป็นแค่การเจ็บเตือน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแบบไหนเจ็บเตือน แบบไหนเจ็บจริง คลิกที่นี่

ตั้งครรภ์ได้ 13 สัปดาห์แล้ว แบบนี้ยังจะต้องกินโฟเลตอยู่ไหม? โฟเลต ควรกินเป็นประจำทุกวันค่ะ ปกติแพทย์จะให้คุณแม่มาอยู่แล้วหลังจากการฝากครรภ์ ยังมีสารอาหารอื่น ๆ อีกที่สำคัญ มีอะไรบ้าง คลิกที่นี่ค่ะ

คุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรก ต้องดูแลเรื่องอะไรมากเป็นพิเศษบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงในการหยุดเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ ไปดูกันค่ะ

ตั้งครรภ์มาได้ 6 สัปดาห์แล้ว ทำไมรู้สึกอยากแต่จะนอนอย่างเดียว? ก็เพราะฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงนั่นเองค่ะ และยังมีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ อีก ติดตามได้ที่นี่ คลิกเลย

แม่โน้ต

778,794 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความที่เกี่ยวข้อง "อาหารบำรุงครรภ์ และตั้งครรภ์ สัปดาห์ที่ 5 ถึง สัปดาห์ที่ 8"

บทความแนะนำ