พัฒนาการตั้งครรภ์

การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ ในอายุครรภ์ 19-23 สัปดาห์ และอาหารบำรุงครรภ์

เข้าสัปดาห์ที่ 19 แล้ว คุณแม่และลูกจะมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง อย่าช้า ไปดูกันเลยค่ะ



อายุครรภ์ 19 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

สัปดาห์นี้ลูกจะมีความยาวอยู่ที่ 13-15 ซม. หนักประมาณ 200 กรัม เส้นประสามทที่เชื่อมต่กกับกล้ามเนื้อต่างๆ กำลังเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ แต่สมองส่วนหน้ายังเติบโตไม่เต็มที่ ผิวหนังของลูกเริ่มหนาขึ้นเป็น 4 ชั้น ต่อมไขมันพิเศษเริ่มมีการหลั่งไขมันออกมาเป็นลักษัณะขี้ผึ้ง เรียกว่า ไขมันเคลือบผิว เป็นชั้นป้องกันน้ำสำหรับทารกที่ต้องอยู่ในน้ำคร่ำเป็นเวลานาน แขนขาได้สัดส่วน เริ่มเห็นอวัยวะเพศได้ชัดเจนขึ้น

คุณแม่

คุณแม่จะเริ่มรู้สึกถึง “อาการลูกเริ่มดิ้น” และน้ำหนักคุณแม่เริ่มมากขึ้นในบางส่วนของร่างกาย เช่น สะโพก ซึ่งมดลูกก็จะเริ่มขยายมากขึ้น อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหว การเดิน การนอนหลับ คุณแม่ลองหาหมอนหนุนหลัง หรือท้องดูนะคะ จะได้นอนได้สบายมากขึ้นค่ะ

อายุครรภ์ 20 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

ความยาวของลูกจะเพิ่มขึ้นเป็น 14-16 ซม. หนักประมาณ 260 กรัม นับว่ามาได้ครึ่งแล้วค่ะ ช่วงนี้จะเป็นการพัฒนาในเรื่องของระบบประสาทการรับรู้ ในขณะที่ไขหุ้มทารกกำลังผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเล็บมือ เล็บเท้า และผมยังคงงอกต่อไป

คุณแม่

ช่วงนี้จะเริ่มดูออกมากขึ้นแล้วค่ะว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ เอวคุณแม่จะดูหนาขึ้น หน้าท้องเริ่มตึง มดลูกกำลังดันหน้าท้องออกมา คุณที่ชอบใส่ส้นสูง ถึงเวลาพักชั่วคราวก่อนนะคะ และหาเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายไม่รัดจนเกินไปมาใส่แทนค่ะ

อายุครรภ์ 21 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

ความยาวลูกในสัปดาห์นี้เพิ่มเป็น 18 ซม. หนักประมาณ 300 กรัม ช่วงนี้ระบบย่อยอาหารเริ่มทำงานมากขึ้น และพัฒนามากพอที่จะดูดซึมน้ำและน้ำตาลจากน้ำคร่ำที่กลืนเข้าไป กรองบางส่วนผ่านไตและไล่ของแข็งปริมาณเล็กน้อยออกมา ลูกเริ่มมีการสร้างปุ่มรับรสที่ลิ้น ความรู้สึกในการรับรสดีขึ้น ซึ่งมาจากพัฒนาการทางสมองและปลายประสาทนั่นเอง อ้อ…ช่วงนี้หากจังหวะดีๆ ถ้าคุณแม่ไปอัลตร้าซาวน์อาจเห็นลูกกำลังดูดนิ้วมือของตัวเองอยู่ก็เป็นได้นะคะ

คุณแม่

ในอีก 10 สัปดาห์หลังจากนี้ น้ำหนักของคุณแม่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะลูกจะมีการสะสมไขมันมากขึ้น และอาจส่งผลให้คุณแม่อยากทานโน่น อยากทานนี่ หรือหิวบ่อยขึ้น เพื่อเป็นการตอบสนองต่อเมตาบอลิซึมขั้นพื้นฐานค่ะ

อาหารบำรุงครรภ์

อาหารที่คุณแม่รับประทานไม่ควรเน้นของมันมากๆ ของทอด หรือแป้งเยอะๆ เพราะจะกลายไปเป็นไขมันสะสมในร่างกายคุณแม่แทน หนำซ้ำยังมีประโยชน์น้อยมากค่ะ แต่ควรเน้นอาหารหลัก 5 หมู่และควรทานให้หลากหลายเข้าไว้นะคะ

อายุครรภ์ 22 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

ลูกจะเริ่มยาวขึ้นเป็น 19 ซม. หนักประมาณ 350 กรัม สมองยังคงพัฒนาเติบโตไปอย่างรวดเร็ว อวัยวะภายในเริ่มเคลื่อนไหวนิ่มนวลมากขึ้น แม้ว่าผิวยังคงมีสีแดงอยู่ มีรอยย่นและขนอ่อนปกคลุม
ช่วงนี้คุณแม่สามารถเริ่มทำบันทึกการตื่นและการนอนของลูกได้แล้วล่ะค่ะ สามารถปลุกเค้าให้ตื่นได้ด้วยการเคาะท้องหรือเรียกเค้า นอกจากนี้ลูกยังสามารถก้มหน้ามาดูดนิ้วได้อีกด้วยค่ะ ซึ่งกระบวนการนี้ลูกจะเรียนรู้และพัฒนาอีกครั้งหลังเกิด เช่น การนำสิ่งของเข้าปาก เป็นต้น

คุณแม่

ช่วงนี้คุณแม่จะมีปริมาณเลือดเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิด “ภาวะเลือดจางทางสรีรวิทยาแห่งการตั้งครรภ์” ภาวะนี้จะพบค่อนข้างบ่อย ซึ่งคุณหมอจะดูว่าคุณแม่ได้รับธาตุเหล็กเพียงพอหรือไม่

อาหารบำรุงครรภ์

คุณแม่ควรเน้นอาหารธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ควรทานในปริมาณเยอะๆ และทุกวันนะคะ แต่ควรเน้นทานอาหารที่หลากหลาย เพื่อคุณแม่และลูกจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนค่ะ โดยธาตุเหล็กก็จะพบบมากใน เล็ดงา ถั่วแขก ตับ ที่สำคัญคุณแม่ควรดื่มน้ำส้มคั้นเพื่อช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกายด้วยนะคะ

อายุครรภ์ 23 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

ความยาวลูกสัปดาห์นี้จะอยู่ที่ 20 ซม. หนักประมาณ 455 กรัม ใบหน้าและลำตัวดูเหมือนทารกที่ครบกำหนดคลอดมากขึ้น แต่ผิวหนังยังแดงและบาง สามารถมองเห็นกระดูกและอวัยวะภายในบางอย่างได้
ตับอ่อนยังคงพัฒนาต่อไป ต่อมาจะมีการผลิตอินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการคงไขมันในเนื้อเยื่อ การได้ยินจะไวขึ้น เนื่องจากกระดูกหูขึ้นแล้ว ได้ยินเสียงต่ำของผู้ชายได้ง่ายกว่าเสียงสูงของผู้หญิง

คุณแม่

เนื่องจากท้องที่เริ่มขยายใหญ่มากขึ้น อาจมีผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบย่อยอาหาร อาจมีอาการแสบร้อนกลางหน้าอก อาหารย่อยไม่ค่อยดี ดังนั้น คุณแม่ควรทานในปริมาณน้อยในแต่ละมื้อ แต่ทานให้บ่อยขึ้น แต่ยังคงเน้นเป็นธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นจากปกติเล็กน้อยนะคะ

ช่วงนี้คุณแม่สามารถชวยลูกพูดคุยได้แล้วนะคะ เค้าสามารถรับรู้ได้แล้วค่ะ

ผู้เขียนบทความ

แม่โน้ต

แม่โน้ต

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. มาเสริมไอคิวให้ลูกน้อยกันดีกว่า
  2. การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ ใน…
  3. ลูกดิ้นแรง ดิ้นเก่งมาก แข็งแรงจร…
  4. ครรภ์ไข่ปลาอุก (Molar Pregnancy)…
  5. คุณแม่ครรภ์ 7 เดือน จะต้องระวังอ…
  6. ความเสี่ยงแม่ท้องที่จะทำให้ตัวอ่…
  7. การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ ใน…
  8. การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ ใน…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP