การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ ในอายุครรภ์ 34-36 สัปดาห์ และอาหารบำรุงครรภ์

พัฒนาการตั้งครรภ์

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์เข้าไตรมาสสุดท้าย ท้องก็ยังคงใหญ่ขึ้น ทำให้ร่างกายของคุณแม่เคลื่อนไหวลำบาก อาจจะมีการเจ็บกระบังลมบ้างในบางจังหวะ คุณแม่ควรทำอย่างไร หรือจะเตรียมข้างของเพื่อไปคลอดตอนไหนดี ไปดูกันเลยค่ะ



อายุครรภ์ 34 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

สัปดาห์นี้มดลูกของคุณแม่เริ่มลอยมากขึ้นจนเหนือสะดือ จนบางรายสะดือจะจุ่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ท้องจะยังคงขยายมากขึ้นจนถึงอายุครรภ์ 37 สัปดาห์
สัปดาห์นี้ความยาวของลูกจะอยู่ที่ 45 ซม. หนักประมาณ 2,146 กรัม ปอดและสมองพัฒนาได้เกือบสมบูรณ์ มีไขปกคลุมผิวหนังทารกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้อบอุ่น
หากจำเป็นต้องคลอดก่อนกำหนด โอกาสรอดชีวิตสูง แต่สารเคลือบปอดยังสร้างได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนยังทำได้ไม่ดีนัก ยังต้องใช้กระบวนการออกซิเจนบำบัดอยู่

คุณแม่

ช่วงสัปดาห์ที่ 34-36 จะเป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำคร่ำมากที่สุด ทารกก็ยังเติบโตต่อไปทำให้ท้องของคุณแม่โตมาก เริ่มมีการเจ็บเตือนเป็นระยะ คุณแม่ควรแยกให้ออกระหว่างเจ็บเตือนและเจ็บจริง ดังนี้ค่ะ

อาการเจ็บเตือน

  • เกิดขึ้นไม่สม่ำเสมอ
  • ระยะห่างเท่าเดิม
  • ความแรงยังคงเหมือนเดิม
  • บรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด
  • ปากมดลูกไม่เปิด

อาการเจ็บจริง

  • เกิดขึ้นสม่ำเสมอ
  • ระยะห่างถี่ขึ้นเรื่อยๆ
  • ความแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • ปวดหลังและท้อง
  • ไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด
  • ปากมดลูกเปิดขยาย

ในระหว่างการตั้งครรภ์นี้ ทารกจะดึงเอาแคลเซียมจากร่างกายของคุณแม่ไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารของคุณแม่ในช่วงนี้ควรเน้นเรื่องแคลเซียมมากซักหน่อย อาจเป็นผักคะน้า ดอกขจร และงาทุกสี

อายุครรภ์ 35 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

สัปดาห์นี้หรือในช่วง 35 สัปดาห์ขึ้นไป คุณหมอจะมีการนัดถี่ขึ้น เพราะคุณแม่มีโอกาสคลอดได้ทุกเมื่อ โดยความยาวของทารกจะอยู่ที่ 46.2 ซม. หนักประมาณ 2,383 กรัม อวัยวะต่างๆ พัฒนาจนเกือบสมบูรณ์มากขึ้น ตับก็พัฒนาได้เต็มที่เช่นกัน ร่างกายทารกเริ่มขับของเสียออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณแม่

เมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 35 คุณแม่อาจพบว่าลูกดิ้นน้อยลง ซึ่ง “การดิ้น” ของลูกเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้แม่รู้ว่าลูกยังมีชีวิตอยู่
การนับลูกดิ้น คุณแม่ต้องจับให้ได้ในทุกๆ 2 ชั่วโมง ลูกควรดิ้น 10 ครั้ง หากลูกดิ้นน้อยกว่า 10 ครั้ง ให้นับต่อในชั่วโมงที่ 3 แต่หากยังดิ้นไม่ถึง 10 ครั้ง คุณแม่ควรไปปรึกษาคุณหมอทันทีนะคะ เพื่อให้คุณหมอได้ตรวจวินิจฉัยว่าลูกยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
อาหารที่คุณแม่ควรทานในช่วงนี้ แนะนำเป็นเมนูนึ่งต่างๆ เช่น พวกปลานึ่ง ผักต้มกับน้ำพริกเผ็ดน้อย งดอาหารที่เพิ่มแก๊สในกระเพาะ เพราะจะทำให้คุณแม่อึดอัดได้ค่ะ

อายุครรภ์ 36 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

สัปดาห์นี้เป็นไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ คุณแม่ควรเริ่มเตรียมข้าวของเครื่องใช้เพื่อเตรียมคลอดลูกน้อยให้พร้อมนะคะ
ทั้งนี้ ในสัปดาห์นี้ความยาวของลูกจะอยู่ที่ 47.4 ซม. หนักประมาณ 2,622 กรัม มีการเติบโตของอวัยวะต่างๆ ที่ชัดเจน ดังนี้ค่ะ

  • มีไขมันสะสมที่ผิวหนัง เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย
  • ไขที่เคลือบอยู่ที่ผิวหนังนั้น จะเริ่มลดลงและมีมากน้อยต่างกันไปในแต่ละคน
  • ทารกอาจมีการถ่ายขี้เทา ซึ่งอาจเป็นอุจจาระที่มีสีเขียวขี้ม้าเนื่องจากการกลืนน้ำคร่ำเข้าไป
  • ปอดและหัวใจทำงานได้ดีมากขึ้น โดยมีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 110-140 ครั้ง/นาที เมื่อใช้เครื่องมือทางการแพทย์วัด

คุณแม่

  • คุณแม่อาจมีอาการแน่นหน้าอก เพราะทารกมีขนาดที่โตขึ้น ทำให้เบียดกระบังลมของคุณแม่
  • ไม่ควรเดินทางไกล หรือหากจำเป็นควรพกสมุดฝากครรภ์ไปด้วย
  • ผิวหนังแห้งตึง โดยเฉพาะผนังหน้าท้อง งดอาบน้ำอุ่น เน้นทาโลชั่นหรือน้ำมันมะพร้าวก็จะช่วยลดความแห้งตึงได้
  • พยายามพักผ่อนให้มาก ไม่ควรเครียดหรือกังวล เพราะความเครียดจะทำให้มดลูกบีบตัว อาจคลอดก่อนกำหนดได้ค่ะ

แม่โน้ต

22,913 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง