พัฒนาการตั้งครรภ์

การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ ในอายุครรภ์ 37-40สัปดาห์ และอาหารบำรุงครรภ์

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์เข้าไตรมาสสุดท้าย ท้องก็ยังคงใหญ่ขึ้น ทำให้ร่างกายของคุณแม่เคลื่อนไหวลำบาก อาจจะมีการเจ็บกระบังลมบ้างในบางจังหวะ คุณแม่ควรทำอย่างไร หรือจะเตรียมข้างของเพื่อไปคลอดตอนไหนดี ไปดูกันเลยค่ะ



อายุครรภ์ 37สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

ความยาวของลูกสัปดาห์จะอยู่ที่ 35 ซม. หนักประมาณ 2,950 กรัม อวัยวะต่างๆ สมบูรณ์เต็มที่ ปอดและหัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกระพริบตาได้คล่องขึ้น มีลำคอที่หนาขึ้น ผิวบางอมชมพู
ถึงแม้ว่าอวัยวะสำคัญต่างๆ ส่วนใหญ่เติบโตเต็มที่ แต่สมองยังคงเติบโตและพัฒนาต่อไปเป็นเวลา 1,000 วัน ดังนั้น คุณแม่ควรเน้นทานโอเมก้า3 พบมากในนม ไข่ เนื้อปลา และถั่วต่างๆ

คุณแม่

สำหรับสัปดาห์นี้ในทางการแพทย์นับเป็นสัปดาห์แรกของการที่มีอายุครรภ์ครบกำหนด (อายุครรภครบกำหนดในทางการแพทย์คือ 37-42 สัปดาห์) คือ ถ้าหากจำเป็นต้องคลอดก่อนกำหนด ส่วนมากในสัปดาห์นี้ทารกจะปลอดภัย เพราะอวัยวะต่างๆ พัฒนาเต็มที่แล้ว
แต่…ในขณะที่ช่วงนี้คุณแม่จะอุ้ยอ้ายมาก เคลื่อนไหวลำบาก เพราะลูกอาจมีการกดทับเส้นประสาทางส่วน หรือเส้นเลือดบางจุด ทำให้การไหลเวียนสารน้ำในร่างกายไม่คล่องตัว สังเกตได้จากการนั่งท่าเดียว หรือถ้ายืนนานๆ อาจทำให้ขาบวม เท้าบวม หรือลูกอาจไปดันกระเพาะอาหารทำให้คุณแม่มีอาการกรดไหลย้อนได้ง่าย หรือท้องอืด ดังนั้น คุณแม่ควรทานอาหารในปริมาณที่น้อยในแต่ละมื้อ แต่บ่อยแทน เน้นอาหารย่อยง่ายจำพวกปลาหรือผัดต้มนะคะ

อายุครรภ์ 38สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

ความยาวของทารกโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 37-38 ซม. หนักประมาณ 3,100 กรัม สัปดาห์นี้รกเริ่มแก่ทำให้ประสิทธิภาพในการส่งต่ออาหารน้อยลง ขนอ่อนตามร่างกายเริ่มหลุดร่วง เตรียมพร้อมที่จะออกมาสู่โลกภายนอก การเคลื่อนไหวจะน้อยลง เพราะทารกกลับหัวแล้วทำให้พื้นที่มีอย่างจำกัด ช่วงนี้คุณแม่ต้องคอยนับหรือสังเกตการดิ้นของลูกด้วยนะคะ หากไม่ดิ้นเป็นเวลานานควรปรึกษาคุณหมอทันที

คุณแม่

เพราะร่างกายของคุณแม่แบกรับน้ำหนักมานานทำให้ปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และมาในสัปดาห์นี้คุณจะมีอาการเจ็บเพิ่มมากขึ้นในบริเวณหัวหน่าวยังปัสสาวะบ่อยอยู่ ความสูงของยอดมดลูกต่ำลง หรือทั่วไปเรียกว่า “ท้องลด” การดื่มน้ำก่อนนอนตอนกลางคืนทำให้คุณแม่ลุกปัสสาวะบ่อย พักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้คุณแม่หน้ามืด เป็นลมได้ ดังนั้น ควรเลี่ยงการดื่มน้ำมากๆ ก่อนนอนและการลุก หรือการนั่ง การเดินควรทำอย่างช้าๆ นะคะ

อาหารบำรุงครรภ์
ช่วงนี้ใกล้คลอดแล้ว ลูกอาจไม่ต้องการสารอาหารใดเป็นพิเศษ เพียงแต่คุณแม่เลี่ยงการดื่มน้ำเยอะช่วงก่อนนอน เพื่อลดการลุกตื่นปัสสาวะบ่อยๆ แต่หากเป็นกลางวัน ควรดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้ได้วันละ 6-8 แก้วนะคะ

อายุครรภ์ 39สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

ความยาวของทารกโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 37-38 ซม. หนักประมาณ 3,250 กรัม อวัยวะทุกส่วนเติบโตเต็มที่ พร้อมจะออกมาสู่โลกภายนอก ทารกเริ่มกลับหัว แต่หากไม่กลับหัว อาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดแทนการคลอดแบบธรรมชาติ

คุณแม่

ช่วงนี้คุณแม่อาจมีความกังวลมาก คิดไปหลายเรื่องทั้งเรื่องความสมบูรณ์ของลูก เรื่องการคลอด เรื่องการเจ็บท้อง ฯลฯ ทำให้นอนไม่หลับ ซึ่งจะส่งผลให้แรงเบ่งไม่พอหากต้องมีการคลอด คุณแม่ควรเน้นทานวิตามินบี 1 เสริมซักนิด เพื่อไม่ให้เหนื่อยง่ายนะคะ วิตามินบี 1 พบมากใน ไข่แดง ข้าวโอ๊ต ลูกเดือย มันฝรั่ง ตับโยเกิร์ตนม และถั่วต่างๆ ค่ะ

อายุครรภ์ 40 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลง

ทารกในครรภ์

หากคุณแม่ท่านไหนที่คลอดภายในสัปดาห์ที่ 37-42 ไม่ถือว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนดนะคะ เพราะทางการแพทย์จะกำหนดคลอด นั่นคือ การคาดคะเนวันคลอดคร่าวๆ เพื่อให้คุณแม่ได้เตรียมตัวค่ะ
สำหรับสัปดาห์นี้ความยาวของลูกจะอยู่ที่ 48 ซม. หนักประมาณ 3,250 กรัม ทารกส่วนใหญ่จะกลับหัว และเริ่มเคลื่อนตัวสู่ช่องคลอดหรือช่องเชิงกราน ทารกอาจดิ้นน้อยลง แต่ยังคงดิ้นนะคะ อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อชั่วโมง

คุณแม่

การรอคอยของคุณแม่ยังมีอยู่ในทุกวันพร้อมกับความเจ็บปวดทางร่างกายที่ยังมีอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เช่น ปวดอวัยวะเพศ ปวดขา ปวดเอว ปวดหลัง (เรียกว่าส่วนไหนที่ปวดได้ ก็ปวดเกือบหมดเลยค่ะ) แต่..จะมีอาการดังต่อไปนี้ ที่เป็นสัญญาณบอกว่าคุณแม่ควรไปโรงพยาบาลโดยด่วน

  1. มีมูกเลือดออกทางช่องคลอด
  2. น้ำเดิน นั่นหมายถึงถุงน้ำคร่ำแตก จะมีลักษณะน้ำใสๆ เหมือนปัสสาวะ แต่ไหลออกมาทางช่องคลอด
  3. เจ็บท้อง หากมีอาการเจ็บที่สม่ำเสมอทุก 5 นาที ไม่ต้องรอน้ำเดิน หรือรอมีมูกเลือด ให้ไปที่โรงพยาบาลทันทีค่ะ
    กลับกัน หากเข้าสัปดาห์ที่ 40 แล้ว คุณแม่ยังไม่มีวี่แววว่าจะคลอด ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ สามารถรอให้ถึงสัปดาห์ที่ 42 ได้ค่ะ แต่โดยทั่วไปเมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 41 คุณหมอจะนัดตรวจและให้ยากระตุ้นการคลอด แต่หากให้ยากระตุ้นแล้วยังไม่มีผลใดๆ คุณหมอจะพิจารณาเรื่องการผ่าคลอดต่อไปค่ะ

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ ใน…
  2. อาการและการเตรียมตัวของคุณแม่อาย…
  3. การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ ใน…
  4. ครรภ์ไข่ปลาอุก (Molar Pregnancy)…
  5. การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ ใน…
  6. คุณแม่จะปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่ออ…
  7. การเปลี่ยนแปลงของแม่ตั้งครรภ์ ใน…
  8. มาเสริมไอคิวให้ลูกน้อยกันดีกว่า

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP