โรค

เด็กจ้ำม่ำ…เสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ

ต้องบอกว่าหลายคนเวลาที่เห็นเด็กอ้วนจะเอ็นดูในความน่ารัก แต่…รู้หรือไม่คะว่า “ความอ้วน” นั้น จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ เสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ และโรคอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้ผู้เขียนมีข้อมูลมาฝากค่ะ



ปัญหาเด็กอ้วนเพิ่มปริมาณ

ปัจจุบันเด็กตัวอ้วนมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น เนื่องมาจากการกินอาหารประเภททอด อาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมขบเคี้ยว ของหวาน รวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลมาก น้ำอัดลม แต่เผาผลาญออกไปได้น้อย จึงทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกาย โรคอ้วนจึงถามหา

ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในเด็กอ้วน

โรคที่สามารถเกิดได้ในเด็กอ้วน มีดังนี้

  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคเบาหวาน
  • โรคไขมันในหลอดเลือดสูงอาจทำให้หยุดหายใจขณะหลับ และ
  • โรคไขมันพอกตับ โดยมีความเสี่ยงสูงถึง 22.5-44%

โรคไขมันพอกตับในเด็ก

  1. เด็กที่อ้วนเมื่อเป็นโรคนี้จะส่งผลให้ตับมีโครงสร้างที่ผิดปกติ อาจถึงขั้นทำให้ตับอักเสบหรือตับแข็งได้ เพราะมีพังผืดในตับมากเกินไป
  2. จากสถิติ เด็กที่อ้วนสามารถมีอาการตับแข็งได้ตั้งแต่อายุเพียง 8 เท่านั้น
  3. เด็กที่อ้วน เมื่อถึงช่วงวัยรุ่นจะมีโอกาสเป็นไขมันพอกตับได้มากกว่าวัยรุ่นที่ไม่อ้วนได้ถึง 20 เท่า

อาการ

ไม่แสดงออกอย่างเด่นชัดมากนัก อาจจะแค่มีอาการอ่อนเพลีย ปวดท้อง หากคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ใส่ใจลูกมากนัก อาจไม่ได้คิดว่าลูกจะมีโอกาสเป็นโรคนี้

การตรวจวินิจฉัยของคุณหมอ

การตรวจวินิจฉัยที่ง่ายที่สุดคือ

  1. การอัลตร้าซาวน์ตับ
  2. การตรวจเลือด เพื่อดูค่าการทำงานของตับ

การตรวจด้วย Fibro Scan เป็นการตรวจวัดความแข็งของตับ ประเมินว่ามีพังผืดในตับมากผิดปกติหรือเปล่า ซึ่งสามารถตรวจได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ

เด็กกลุ่มไหนที่ควรตรวจด้วยไฟโบรสแกน (Fibro Scan)

  • เด็กที่มีภาวะอ้วน ลงพุง หรือมีน้ำหนักเกิน
  • เด็กที่ตรวจเลือดแล้วพบว่ามีค่าการทำงานของตับ ALT มากกว่า 22เพราะมีโอกาสเป็นตับแข็ง
  • มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และ ซี
  • ทานยา หรือ ทานสมุนไพรติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ

ข้อดีของการตรวจด้วยไฟโบรสแกน (Fibro Scan)

  • ตรวจง่าย ได้ผลเร็ว
  • ลูกไม่ได้รับความเจ็บปวด
  • สามารถตรวจวินิจฉัยภาวะตับแข็งในระยะแรกเริ่มได้
  • สามารถติดตามผล และประเมินผลความรุนแรงของตับแข็ง เพื่อช่วยในการวางแผนการรักษาในขั้นต่อไปได้
  • สามารถใช้แทนการเจาะเนื้อตับในผู้ป่วยที่มีข้อห้าม หรือปฏิเสธการเจาะตับได้
  • สามารถตรวจปริมาณไขมันสะสมในตับสำหรับผู้ที่เป็นโรคไขมันเกาะตับได้ในคราวเดียว

การป้องกัน

การป้องกันที่ดีที่สุด เริ่มได้จากครอบครัวค่ะ คือ การปรับพฤติกรรมเด็ก โดย…

  1. การทานอาหารยังเน้นให้ทานใน 3 มื้อหลักอยู่ ไม่ต้องงด ไม่ต้องถึงขั้นอดอาหารลูกนะคะ เพียงแต่มื้อเย็น…ให้ทานในปริมาณที่น้อยลงกว่าปกติ
  2. งดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในปริมาณมาก อาทิ นมเปรี้ยว น้ำอัดลม น้ำผลไม้บรรจุกล่อง
  3. งดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันจากสัตว์ เนย กะทิ รวมไปถึงอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าว
  4. งดขนมกรุบกรอบ ขนมขบเคี้ยว ระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจหาเป็นผลไม้แทน
  5. ชวนลูกทำกิจกรรมนอกบ้าน อาทิ เดินเล่นหรือวิ่งเล่นรอบบ้าน ชวนกันขุดดิน ลงดินปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ เป็นต้น เพื่อเป็นการออกกำลังกาย เผาผลาญพลังงานจากอาหารที่ทานเข้าไป วันละ 30-60 นาที หรืออาจให้ลูกช่วยงานบ้านก็ได้ค่ะ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน แต่…หากยังเป็นเด็กเล็กๆ คุณพ่อคุณแม่ควรอยู่ใกล้ๆ เค้า เพื่อแนะนำเค้าด้วยนะคะ
  6. ลดและค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมของลูกโดยการไม่ให้เด็กนั่งอยู่กับที่นานๆ โดยไม่มีการเดินหรือวิ่ง หรือเคลื่อนย้ายไปไหนเลย เช่น การนั่งดูทีวี การนั่งเล่นเกม เป็นต้น โดยในหนึ่งวันคุณพ่อคุณแม่ควรอนุญาตให้ลูกนั่งทีวีหรือเล่นเกมได้ไม่เกิน 2 ชม. นะคะ

การปรับพฤติกรรมเด็กจากวิถีการเลี้ยงเดิมอาจจะเป็นเรื่องหนักหนาสำหรับเด็กและในบางครอบครัว แต่ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ไม่อยากให้ลูกต้องเจ็บไข้ได้ป่วย มีโรคประจำตัวในอนาคตจนไปรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำว่าควรปรับซะตั้งแต่วันนี้ค่ะ อาจใช้เวลาซักหน่อยเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของลูก และเพื่อความสุขของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ

อ้างอิง โรงพยาบาลสมิติเวช

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. โรคแปลกๆ ในเด็กที่คุณอาจคาดไม่ถึ…
  2. โรค “มือ เท้า ปาก” ค…
  3. โรคหูติดเชื้อ ลูกเป็นได้ หากเป็น…
  4. ลูกเป็นไข้ทำอย่างไรดี
  5. มาลดความเสี่ยง การหลับไม่ตื่นในเ…
  6. มาตั้งรับเมื่อลูกเป็นไข้หวัดครั้…
  7. คุณแม่รู้จักไว้ก็ดี กับโรคฮีนอค
  8. วิธีรักษาผื่นผ้าอ้อมให้ลูก

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP