โรค

ไวรัสโรต้า แม้หยอดยา…ใครว่าไม่เป็น!

ก่อนหน้านี้คุณแม่หลายๆ ท่านคงได้ยินข่าวแทบทุกวันเกี่ยวกับการระบาดของ “ไวรัสโรต้า” ที่แพร่ไปสู่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งแม้แต่ผู้ใหญ่ที่เมื่อรับเชื้อนี้เข้าไปยังต้องไปนอนซมให้น้ำเกลือกันเลยทีเดียว แล้วถ้าหากเกิดกับลูกน้อยล่ะ…? วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้า “ไวรัสโรต้า” กันดีกว่าค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อย (โดยเฉพาะเด็กที่อายุ 3 เดือน – 3 ขวบ) และคนที่คุณรักได้รับเชื้อนี้เข้าไป

“เชื้อไวรัสโรต้า”หากเทียบกับเชื้อไวรัสตัวอื่นๆ แล้วถือว่าตัวนี้เป็นเชื้อโรคที่พบบ่อยที่สุดในบรรดาเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรงในเด็กเล็ก เราจะพบเชื้อนี้มากในฤดูหนาว แต่ฤดูอื่นๆ ก็สามารถพบได้เช่นกัน เพียงแต่น้อยกว่าซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ “สุขอนามัยการดูแลรักษาความสะอาด” เพราะเชื้อนี้จะเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายมากค่ะ
เมื่อพูดถึง “ความสะอาด” แน่นอนค่ะ ถ้าขึ้นชื่อว่า “เด็กเล็ก” คุณแม่หรือผู้ปกครองอาจจะดูแลได้ไม่ดีเยี่ยม 100% เพราะบางทีเด็กๆ อาจจะกำลังวิ่งเล่นอยู่แล้วเผลอเอามือเข้าปากโดยไม่รู้ตัว ขณะที่คุณแม่ก็ไม่ทันสังเกตเช่นกัน หากบังเอิญลูกน้อยไปเจอเอาเชื้อนี้เข้าพอดีก็ทำให้อาเจียนและท้องร่วงอย่างรุนแรงได้ไวรัสชนิดนี้จะมีชีวิตอยู่ได้ในอุณหภูมิปกติ



รับเชื้อได้จากทางใดบ้าง?

  1. น้ำลาย น้ำมูก หรืออุจจาระของผู้ป่วย
  2. ไอ จามรดกัน

อาการของโรค

หลังจากที่รับเชื้อไวรัสนี้เข้าสู่ร่างกาย…

  1. ไวรัสตัวนี้มีระยะฟักตัว 2-4 วัน
  2. มีไข้สูง
  3. อาเจียนใน 2-3 วันแรก
  4. ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำนานประมาณ 3-8 วัน ผู้ป่วยที่มีอาการหนักมาก ในบางรายอาจพบภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจถึงขั้นช้อคได้ ที่สำคัญอาจมีสารเกลือแร่ในร่างกายที่ผิดปกติรวมอยู่ด้วย ข้อนี้คุณแม่อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไปนะคะ ว่าเดี๋ยวก็หาย เพราะเด็กเล็กที่มีอายุตั้งแต่ 3 เดือน – 3 ขวบ เป็นช่วงวัยที่รับเชื้อนี้ได้ง่ายมาก

การรักษา

สำหรับไวรัสตัวนี้ ยังไม่มีตัวยาที่รักษาเฉพาะโรคค่ะ เพียงรักษาตามอาการ เช่น

  1. ถ้ามีไข้ก็ทานยาลดไข้ แต่หากมีไข้สูงต้องเช็ดตัวควบคู่กันไป เพื่อลดไข้เป็นระยะค่ะ ไม่อย่างนั้นหากปล่อยให้มีไข้สูงมากๆ ผู้ป่วยอาจช้อคได้
  2. ให้สารน้ำ อาจจะโดยการรับประทานหรือให้ทางเส้นเลือด เพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะขาดน้ำ
  3. หากผู้ป่วยมีอาการคลื่นไสหรืออาเจียน แพทย์จะพิจารณาให้ยาลดอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือหากมีภาวะบกพร่องแลคเตสให้พิจารณาเปลี่ยนนมเป็นนมที่ไม่มีแลคโตส นมที่ไม่มีแลคโตส อย่างเช่น นมถั่วเหลือง เป็นต้น
  4. ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอ่อน รสไม่จัดควรให้รับประทานอาหารและน้ำทีละน้อยๆ แต่บ่อยค่ะ
  5. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

การป้องกัน

1.การดูแลเรื่องความสะอาด – สุขอนามัย

ข้อนี้นับเป็นประตูด่านแรกที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ค่ะ

  • ควรตัดเล็บให้สั้น หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างมือโดยเฉพาะหลังการขับถ่ายและก่อนการรับประทานอาหารทุกครั้ง
  • ใช้ช้อนกลางในการตักอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วย

2.รับวัคซีน

สมัยก่อนมีการผลิตวัคซีนสำหรับป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้านี้ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เกิดมีภาวะแทรกซ้อนขึ้น เช่น ลำไส้กลืนกัน จึงมีการระงับใช้ไป อีก 2-3 ต่อมา ได้มีการคิดค้นและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคนี้ขึ้นใหม่
วัคซีนโรต้า” สำหรับเด็กเล็กเป็นวัคซีนชนิดหยอด สามารถให้ลูกน้อยไปรับวัคซีนนี้ได้เมื่ออายุตั้งแต่ 6 สัปดาห์ขึ้นไป โดยกำหนด 2-3 ครั้ง แล้วแต่ชนิดของวัคซีน และควรให้เสร็จก่อนอายุ 6 หรือ 8 เดือนนะคะ ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น มีไข้ต่ำ ถ่ายเหลว หรืออาเจียน (พบในเด็กบางคน)

ทั้งนี้ ทั้งนั้น ตามที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ถึงแม้ว่าจะได้รับวัคซีนโรต้าแล้ว ลูกน้อยก็ยังมีโอกาสได้รับเชื้อไวรัสตัวนี้อยู่ดีนะคะ แต่…แต่ว่าอาการจะเบากว่าเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนค่ะ หากลูกน้อยได้รับเชื้อตัวนี้เข้าไป คุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะเพราะอาการที่ว่าเบานี้ หากได้รับรักษาจากแพทย์ได้ทันท่วงที เพียง 1-2 วัน อาการลูกน้อยก็ดีขึ้นแล้วค่ะ กินได้ วิ่งเล่นได้ งอแงได้ ให้คุณแม่ได้วิ่งไล่จับเหมือนเดิมแล้วล่ะค่ะ

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. มือเท้าปาก…ไม่อยากเป็น>.<
  2. เมื่อโรคซึมเศร้าถามหา…คุณแ…
  3. ไวรัสRSV ดูคล้ายหวัด แต่อันตรายก…
  4. เด็กจ้ำม่ำ…เสี่ยงเป็นโรคไข…
  5. โรคแปลกๆ ในเด็กที่คุณอาจคาดไม่ถึ…
  6. หัดกับส่าไข้ต่างกันอย่างไร? ต้อง…
  7. โรคหูติดเชื้อ ลูกเป็นได้ หากเป็น…
  8. ลูกเป็นไข้ทำอย่างไรดี

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP