การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

12 เทคนิคฝึกทักษะการพูดที่ดีให้กับลูก (1)

การสื่อสาร” เป็นสิ่งสำคัญในการที่จะทำให้คนอื่นรู้ถึงความต้องการหรือความคิดเห็นของตัวเอง แต่การสื่อสารของทารกแม้จะไม่ใช่การพูดที่เป็นคำๆ แต่เค้าก็จะอ้อแอ้ แสดงอาการท่าทางได้ว่าเค้าต้องการให้ตอบสนองอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นอาการหิวนม ฉี่เปียก อึดอัดไม่สบายตัว อยากให้อุ้ม หรือแม้แต่อุ้มแล้วไม่อยากให้แม่วาง ซึ่งทั้งคุณแม่และลูกน้อยต่างก็ต้องใช้เวลาศึกษาและปรับหากันและกัน เพื่อการสื่อสารและการตอบสนองอย่างถูกต้อง
ในแต่ละวัน ลูกจะได้เรียนรู้ทักษะการสื่อสาร และเรียนรู้เรื่อง “การพูด” จากคุณแม่ โดยในแต่ละช่วงอายุลูกจะได้เรียนรู้และมีพัฒนาการอะไรบ้างไปดูกันค่ะ



พัฒนาการด้านทักษะการพูด

  • ช่วงอายุประมาณ 1-2 ขวบ หลังจากที่เฝ้ามองคุณแม่พูดมานาน ตอนนี้จะเริ่มมีการเลียบเสียงภาษาพูด แต่จะยังฟังไม่ได้เป็นคำที่มีความหมาย แต่จะคล้ายๆ ลูกบ่นพึมพำ
  • พอมาช่วงอายุ 2 ขวบ ลูกจะมีคำศัพท์ในสมองประมาณ 200 คำ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นศัพท์ที่คุณพ่อคุณแม่หรือคนในบ้านใช้พูดกัน
  • ช่วงอายุ 3 ขวบ ลูกจะเริ่มมีคำศัพท์และใช้คำศัพท์ได้มากขึ้นประมาณ 5 เท่า หรือเท่ากับ 1,000 คำ
  • …และจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมากกว่า 2,000 คำ เมื่อจะเข้าเตรียมอนุบาล

เทคนิคการฝึกทักษะการพูดให้ลูก

เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน บางคนเรียนรู้และพูดได้เร็วเมื่อเข้าอายุ 2-3 ขวบ ในขณะที่บางคนยังไม่ค่อยจะยอมพูด ทั้งนี้ คุณแม่และคนรอบข้างสามารถช่วยฝึกลูกได้ ดังนี้ค่ะ

ชวนลูกคุยทุกวัน

คุณแม่ที่ชวนลูกคุยทุกวัน คุยอย่างสม่ำเสมอ ลูกจะมีพัฒนาการในด้านการพูดที่เร็วกว่าเด็กทั่วไป ยิ่งหัดเค้าเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นผลดีมากเท่านั้น ถึงแม้ลูกจะไม่สามารถเข้าใจได้ในทุกคำ แต่เค้าก็ได้เรียนรู้คำศัพท์ และจดจำแล้วเป็นที่เรียบร้อย

มองตาลูกขณะที่คุยกับเค้า

การมองหน้าลูกขณะที่คุณแม่กำลังพูด จะทำให้ลูกมีพัฒนาการด้านการสื่อสารมากขึ้น เพราะลูกจะได้เรียนรู้เรื่องการออกเสียง หรือการแสดงออกทางสีหน้า คุณแม่ควรฝึกกับเค้าตั้งแต่เค้ายังเป็นทารก เมื่อเขาโตเวลาที่คุณแม่จะบอกหรือสอนอะไรเค้าก็ตาม ควรมองหน้าลูกและให้ลูกมองหน้าคุณแม่ด้วยนะคะ
ในขณะที่ลูกยังอยู่ในวัยทารก ขณะที่คุณแม่พูดกับลูก ควรสังเกตด้วยว่าลูกมองหน้าคุณแม่อยู่หรือเปล่า หากลูกไม่ได้มอง ให้คุณแม่หยุดพูด แล้วค่อยๆ เชยคางลูกกลับมามองหน้าคุณแม่แล้วค่อยชวนเค้าคุยต่อ

ทำเสียงให้สูง-ต่ำ หลากหลาย

ต้องบอกว่าเวลาที่ทารกได้ยินเสียงอะไรที่สูงๆ ต่ำๆ เค้าจะเกิดความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งสิ่งนี้เอง ทำให้เด็กมีสมาธิและจะจดจ่ออยู่กับสิ่งที่คุณแม่ทำ
ผู้เขียนเคยเริ่มจากการอ่านนิทานให้ลูกฟัง โดยพากย์เป็นเสียงที่แตกต่างกันไปในตัวละครแต่ละตัว เค้ามองหน้าเราและก็มองหนังสือ ถึงแม้หน้าเค้าจะงงๆ ก็ตามแต่ก็ทำให้เรารู้ว่าเค้าเกิดความสนใจฟัง หรือจะใช้ตัวละครผ้าที่สวมนิ้วหรือสวมมือก็ได้ค่ะ เล่นกับเค้าแล้วทำเสียงเอาก็ได้เหมือนกัน

คนหนึ่งพูด คนหนึ่งฟัง

เวลาที่จะพูดคุยกับลูกนั้น สิ่งแวดล้อมข้างๆ ไม่ควรที่จะมีเสียงอื่นๆ มาแทรกหรือจะมีได้ก็เพียงเบาๆ ไม่เช่นนั้นเสียงอื่นจะแย่งความสนใจไปจากคุณแม่ซะหมด
ที่สำคัญ เวลาพูดควรพูดทีละคน เพื่อให้เค้าได้ฟังตามคำพูดของคุณแม่ได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าเค้าจะยังไม่เข้าใจความหมายได้ทั้งหมดก็ตาม

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 4 ข้อที่ผ่านไป ยังค่ะ ยังไม่หมดยังมีต่อ ไปติดตามกันต่อนะคะ กับ12 เทคนิคฝึกทักษะการพูดที่ดีให้กับลูก (2)

ผู้เขียนบทความ

แม่โน้ต

แม่โน้ต

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. 10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกั…
  2. มาสอนลูกน้อยในแบบที่เขาจะไม่ต่อต…
  3. เลี้ยงลูกอย่างไรให้มี SQ
  4. NQ (Natural Quotient) เทรนใหม่ใน…
  5. 3 ข้อสำหรับการเลือกเนอสเซอรี่ให้…
  6. ความซนของเด็กเป็นโอกาสในพัฒนาการ…
  7. ให้ความรักก่อนให้ความรู้
  8. เรื่องควรรู้ก่อนพาเจ้าตัวเล็กไปเ…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP