การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

มาฝึกให้ลูกเป็นเด็กมีสมาธิกัน

ก่อนจะไปเริ่มเรียนรู้กันถึงวิธีการที่ช่วยเสริมสร้างสมาธิให้กับลูกคุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจก่อนว่าการที่ลูกเป็นเด็กมีสมาธิจะมีประโยชน์อย่างไร ประเด็นหลักเลยก็คือเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีสมาธิสามารถจดจ่อและตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ลุล่วงและสำเร็จไปได้ด้วยดีนั้นจะทำให้เขากลายเป็นเด็กที่มีความมั่นใจและมีความเชื่อมั่นใจตัวเอง

และเด็กที่มีสมาธินั้นจะสามารถมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีในสังคมได้กว่าเด็กที่สมาธิสั้นนั่นเอง และที่สำคัญการฝึกสมาธิให้กับลูกนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำเพียงวันเดียวแล้วจะเห็นผลเพราะมันคือการฝึกจนกลายเป็นนิสัยของลูกและให้มันสามารถเติบโตตามติดไปกับเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพได้นั่นเอง



แล้วจะฝึกสมาธิให้กับลูกได้ต้องทำอย่างไรบ้าง?

  1. พยายามอย่าให้มีสิ่งเร้ามารบกวนในขณะที่เขากำลังต้องจดจ่ออยู่กับสิ่งใด เช่น หากเป็นเวลาที่ลูกกำลังต้องทำการบ้านคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรอยู่พูดคุยเล่นกับเขาและไม่เปิดทีวีหรือเพลงใดๆ ให้รบกวนสมาธิเขานั่นเอง ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้เขารู้จักโฟกัสได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
  2. หากจะเลือกซื้อของเล่นต่างๆ ที่เข้ามาช่วยเสริมพัฒนาการให้กับลูกก็อย่าลืมที่จะดูด้วยว่าเป็นของเล่นที่แนะนำและเหมาะสำหรับช่วงอายุของลูกหรือไม่เพราะหากซื้อมาผิดช่วงอายุอาจจะทำให้เด็กไม่สนุกและอาจลามไปถึงเขาต่อต้านการเรียนรู้เลยก็เป็นได้
  3. เด็กจะมีสมาธิมากน้อยเพียงใดนอกจากสิ่งเร้ารอบข้างยังมีความผิดปกติต่างๆ ของร่างกายมารบกวนเขาได้ด้วย นี่จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่จำเป็นจะต้องตรวจกันให้แน่ชัดว่าลูกไม่มีความปกติ เพราะถ้าบังเอิญลูกมีปัญหาทางการได้ยินแล้วคุณพ่อคุณแม่เข้าใจผิดและไปต่อว่าเขาว่าไม่ตั้งใจรับฟังสิ่งต่างๆ อาจจะทำให้มีผลกับจิตใจของเขาก็เป็นได้
  4. อย่าเร่งรัดที่จะฝึกฝนเขาให้มากเกินไป เด็กเล็กอาจจะยังไม่มีความสามารถในการจดจำสิ่งต่างๆ หลายสิ่งในเวลาเดียวกัน ถ้าคุณไปกดดันและดุเขาว่าทำไมไม่สามารถจำได้อาจจะไปรบกวนความมั่นใจของเขาและอาจทำให้เขาฝั่งใจได้ว่าเขาเป็นเด็กที่ไม่มีความสามารถในการจดจำนั่นเอง
  5. เวลาที่มีการพูดคุยระหว่างคุณกับลูกพยายามให้การสนทนานั้นมีการสบตากันเพื่อทำให้คุณรู้ได้ว่าเขากำลังจดจ่อและให้ความสนใจกับสิ่งที่คุณพูดอยู่จนจบประโยคหรือจบการสนทนานั้นและยังถือเป็นการสร้างนิสัยที่ดีในการเป็นผู้ฟังให้กับลูกอีกทางหนึ่งด้วย
  6. การทวนคำสั่งก็ช่วยเพิ่มสมาธิให้กับเขาได้ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจลองสั่งอะไรลูกดูแล้วให้เขาทบทวนคำสั่งนั้นจะเป็นการช่วยทำให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกนั้นมีความมั่นใจมากขึ้นว่าจะสามรถจำและทำได้เป็นการช่วยเสริมกระบวนการจดจำที่ดีให้กับลูกได้อีกด้วย

การมีสมาธิแม้จะดูเป็นเรื่องที่หลายคนพูดถึงอย่างกว้างขวางแต่ยังถือว่ามีน้อยครอบครัวที่จะตั้งใจฝึกสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกอย่างแท้จริง อยากจะขอให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนเข้าใจกันให้ดีว่าการมีสมาธินั้นสำคัญมากกว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกฉลาด จำเก่ง แต่มันยังส่งผลกับการช่วยให้เขาดำเนินชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นเมื่อโตไปแล้วด้วยเช่นกัน

ผู้เขียนบทความ

Poy T.

Poy T.

Author archive

นักเขียนอิสระที่สนใจเรียนรู้การเติบโตของสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ...นักอบขนมและบาริสต้าในชีวิตประจำวัน



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. ลูกชอบตีหน้าพ่อแม่ บางทีหยิก บาง…
  2. เลี้ยงลูกด้วยดนตรี สร้างพัฒนาการ…
  3. เพราะการลงโทษลูกไม่ได้มีแค่การตี…
  4. 6 วิธีสอนลูกให้รู้จักกับการเชื่อ…
  5. เตรียมตั้งรับกับอาการ “ผิดปกติ” …
  6. เพราะอะไร เด็กถึงกินยาก?
  7. เทคนิคง่ายๆ สอนลูกให้เชื่อฟัง
  8. 8 วิธีสอนลูก ปลูกฝังให้แบ่งปัน (…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP