แม่ท้องควรรู้ ผลกระทบจาก PM 2.5 ต่อลูกน้อยในครรภ์และทิชชู่ช่วยกรองฝุ่นได้จริงหรือ?

สุขภาพช่วงตั้งครรภ์

นี่ก็จะสิ้นเดือนมกราคม 2562 แล้ว แต่ก็ยังคงเป็นข่าวที่พวกเรายังได้ยินและติดตามกันใกล้ชิดเกี่ยวค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่คงทราบกันมาบ้างแล้วว่า หากร่างกายได้รับเอาฝุ่นละอองนี้เข้าไปมากๆ จะส่งผลทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ มากมาย

ซึ่งวันนี้แม่โน้ตมีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากเพิ่มเติม โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ แม้ลูกจะอยู่ในท้องก็จริงแต่…หากคุณแม่ได้รับเอาฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศนี้เข้าไปมากๆ ก็จะส่งผลต่อลูกน้อยได้ในระยะยาวเลยทีเดียวค่ะ พร้อมกันนี้แม่โน้ตยังมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “การใช้ทิชชู่เสริมในหน้ากากอนามัย” ช่วยได้จริงหรือเปล่า? จาก รศ.นพ. ฉันชาย สุทธิพันธุ์ อุปนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย มาฝากอีกด้วย ไปติดตามกันเลยค่ะ



ทำความรู้จักฝุ่นละออง PM 2.5 กัน

ฝุ่นละออง PM 2.5 หรือ particle matter smaller than 2.5 micron คือ ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กมากๆ เล็กขนาดที่ว่าไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ เล็กกว่า 3% ของเส้นผมคนเราเสียอีก

ฝุ่นละอองชนิดนี้ เกิดขึ้นได้จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ การผลิตไฟฟ้า และอุตสาหกรรมต่างๆ แล้วความที่มันมีขนาดเล็กมากนี้เอง เมื่อเราหายใจเอาอากาศเข้าไป ฝุ่นละอองนี้ก็จะเข้าสู่ร่างกายของเราได้ โดยผ่านระบบทางเดินหายใจไปสู่ปอด และเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ รวมทั้งสมอง อาจทำให้เกิดโรคทางสมอง โรคมะเร็งได้เป็นต้น

ลักษณะของฝุ่นละออง PM 2.5

ฝุ่นละออง PM 2.5 มีลักษณะที่ขรุขระคล้ายสำลี และเป็นพาหะที่นำเอาสารอื่นเข้ามาด้วย อาทิ แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน และสารก่อมะเร็งอื่นๆ อีกจำนวนมาก

ส่งผลต่อเด็กในครรภ์อย่างไร?

สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หากได้รับฝุ่นละออง PM 2.5 เข้าไปก็จะส่งผบลกระทบต่อพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์ได้

ทั้งนี้ ได้มีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยนักวิจัยได้ทำการทดลองทั้งในคนและในสัตว์ ในคนก็พบว่า คุณแม่ที่เคยมีประวัติสัมผัสกับฝุ่นละออง PM 2.5 มา มีโอกาสเสี่ยงที่ลูกในท้องจะโตช้า น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ หรืออาจเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด และที่สำคัญ เด็กที่เคยมีประวัติว่าคุณแม่สัมผัสกับฝุ่นละอองชนิดนี้ จะทำให้เด็กมี “เทโลเมียร์” สั้นกว่าคนปกติยิ่งคุณแม่สัมผัสกับฝุ่นละอองนี้มากเท่าไหร่ เทโลเมียร์ ยิ่งสั้นมากขึ้นเท่านั้น

เทโลเมียร์สั้น ส่งผลอย่างไร?

  • เด็กแก่เร็วกว่าคนอื่น
  • เสี่ยงที่จะเป็นอีกสารพัดโรค อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง

การป้องกันฝุ่นโดยใช้ทิชชู่เสริม…ช่วยได้จริงหรือ?

มาถึงวันนี้ก็เป็นที่รู้กันดีแล้วว่าการที่เราจะป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ได้นั้นต้องใช้หน้ากาก N95 แต่…ตอนนี้กลายเป็นของที่หาซื้อยากไปแล้ว ราคาก็สูงลิ่ว แถมหากใครสั่งแบบออนไลน์ต้องเป็นแบบพรีออร์เดอร์อีกต่างหาก

ต่อมาเราก็จะได้ยินคำแนะนำจากหลายๆ หน่วยงานว่าสามารถใช้หน้ากากอนามัยธรรมดา แบบสีเขียวหรือสีฟ้าแทนได้ แต่ให้รองซัก 3 ชั้น หรือไม่ก็เอาทิชชู่2-3 แผ่นมารองด้านใน

“ทิชชู่มารองด้านในใช้ได้จริงหรือ?”

รศ.นพ. ฉันชาย สิทธิพันธุ์ อุปนายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยได้ออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า…
“การใช้ทิชชู่ซ้อนในหน้ากากอนามัยก็สามารถช่วยกรองได้ดีขึ้น แต่ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในขณะนี้ว่าจะสามารถกรองได้เทียบเท่าหน้ากากอนามัย N95”

การใส่หน้ากากอนามัย N95 ให้ถูกต้อง

ต้องบอกว่าตอนนี้ได้ยินคนบ่นกันหนาอยู่เหมือนกันว่าถึงแม้ว่าจะมีหน้ากาก N95 แล้ว แต่การใส่ที่ถูกต้องคือ ส่วนของหน้ากากต้องแนบติดกับใบหน้าของเรา ให้อากาศผ่านเข้ามาไม่ได้ (เพราะถ้าเข้าได้แสดงว่า เราก็จะยังรับเอาฝุ่นละออง PM 2.5 เข้าไปอยู่ดี)

แล้วถ้าเราใส่ได้อย่างถูกต้อง เราจะใส่ได้แค่ 10-15 นาทีเท่านั้น เพราะมันจะอึดอัดก็เอาเป็นว่า ถ้าหาได้ก็ใส่ป้องกันไปก่อนแหละค่ะ ดีกว่าไม่ใส่เลยโนะ

อ้างอิง อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์,Drama Addict,nation

เดิมที คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ก็ต้องดูแลมากกว่าปกติอยู่แล้ว แต่มาช่วงนี้ดันมาเจอกับสภาพอากาศแบบนี้อีก หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านก็ควรหาหน้ากากอนามัย N95 หรือหากหาไม่ได้จริงๆ ก็หน้ากากอนามัยธรรมดาก็ได้ค่ะ ดีกว่าไม่มีอะไรป้องกันเลย

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ

713 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง