สัญญาณที่บ่งบอกว่า แบบนี้ “ตั้งครรภ์” ชัวร์

สัญญาณที่บ่งบอกว่า แบบนี้ตั้งครรภ์ชัวร์
เตรียมตัวเป็นแม่

ครอบครัวไหนที่กำลังลุ้นว่าลูกจะมาหรือยัง? อาการแบบนี้จะเรียกได้ว่า “ตั้งครรภ์” ไหม? วันก่อนเหมือนจะใช่ เมื่อวานดูอีกทีก็ไม่ใช่ แต่มาตอนเช้าก็เหมือนจะใช่อีก เอาอย่างนี้ไม่ต้องสับสนกันอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ เพราะวันนี้โน้ตรวบรวมอาการของคนที่ตั้งครรภ์มาฝาก จะมีสัญญาณอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าน้องมาชัวร์ ไปติดตามกันค่ะ

สัญญาณที่บ่งบอกว่า แบบนี้ “ตั้งครรภ์” ชัวร์

ประจำเดือนขาด

ประจำเดือน” คำนี้ไม่ต้องตีความอะไรให้ยุ่งยากเลยค่ะ ถ้าเดือนนั้นไม่มาสักที เป็นสายบัวรอเก้อ แต่ถ้าจะให้มั่นใจต้องประมาณสักเดือนกว่า ๆ นะคะ แสดงว่าไข่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว

ขี้หงุดหงิด

จากที่เคยร่าเริงสดใส แต่หากตั้งครรภ์ อารมณ์ของว่าที่คุณแม่จะเปลี่ยนไป เป็นขี้หงุดหงิด โมโหง่าย แต่ก็จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ นะคะ ไม่ใช่โวยวาย ทะเลาะกัน เป็นการหงุดหงิดที่คนรอบข้างจะจับสัญญาณได้ว่า “นี่ไม่ใช่ภรรยาคนเดิม เพิ่มเติมคือ ลูกในท้องนั่นเอง

คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ

แต่อาการข้อนี้ยังไม่ถึงบ้านหมุนนะคะ อันนั้นแรงไป เพียงแต่อาการของคนที่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักจะมีอาการวิงเวียน คลื่นไส้ และอาเจียนในช่วงเช้า โดยมากมักเป็นเช่นนี้หลังจากที่ไข่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว 1 เดือน อาการนี้จะลดลงเมื่อเข้าสู่การตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 แต่เดี๋ยวก่อน…สำหรับข้อนี้ก็ไม่ได้เป็นกันทุกคนนะคะ บางคนแพ้แค่ช่วงแรก ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ บางคนไม่แพ้เลย และในขณะที่บางคนแพ้ท้องไปจนใกล้คลอดเลยก็มี ซึ่งโน้ตโชคดีที่ไม่แพ้ค่ะ แต่กลับหิวทุก 2 ชม.

โน่นก็เหม็น นี่ก็เหม็น

ว่าที่คุณแม่ที่คาดว่าจะตั้งครรภ์จะมีอาการเหม็นโน่นเหม็นนี่ กลายเป็นคนจมูกไว เหตุเพราะการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายอย่างเอสโตรเจนเปลี่ยนไปในปริมาณที่ดีดตัวสูงขึ้นมาก (เอิ่ม…ไม่ใช่หุ้น) ทำให้เหม็นไปเกือบทุกอย่าง พอเหม็นมาก ๆ ก็จะพานอาเจียน อาหารที่เคยชอบ น้ำหอมที่เคยฉีดทุกวัน คงต้องเก็บเข้ากรุไปก่อน

หน้าอกบวมขึ้น

ลองสังเกตตัวเองนะคะว่าหน้าอกตัวเองบวมขึ้นหรือเปล่า เพราะว่าในช่วงไตรมาสแรก ว่าที่คุณแม่อาจมีอาการบวมและเจ็บที่หน้าอก เพราะมีเลือดไปเลี้ยงบริเวณดังกล่าวมากขึ้น รวมถึงจะมีความรู้สึกไวต่อการสัมผัสมากขึ้นบริเวณหน้าอกอีกด้วยค่ะ

เหนื่อยล้าได้ง่าย

ทั้งที่บางครั้งแค่นอนหรือนั่งเฉย ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยล้า รู้สึกง่วงแล้ว หาวได้ทั้งวัน นี่เป็นผลมาจากระดับของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ในช่วงไตรมาสแรก หากคุณแม่มีโอกาสพักผ่อนนอนหลับได้ก็จะดีนะคะ แต่พอเข้าช่วงไตรมาสที่สองอาการเหล่านี้ก็จะค่อย ๆ หายไปค่ะ

เลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอด

เหตุเพราะมีตัวอ่อนฝังตัวที่ผนังมดลูกจึงทำให้ว่าที่คุณแม่บางคนมีเลือดออกจากช่องคลอดเล็กน้อย โดยอาการนี้จะเกิดขึ้นหลังจากเกิดการปฏิสนธิได้ 11-12 วัน แต่เลือดที่ไหลออกมาจะเป็นเลือดสีจาง ๆ สีแดง หรือไม่ก็สีชมพู จะเป็นแบบนี้อยู่ประมาณ 1-2 วัน แต่…แต่ถ้าว่าที่คุณแม่พบว่าตัวเองมีเลือดออกทางช่องคลอดร่วมกับอาการปวดท้อง ควรรีบปรึกษาแพทย์นะคะ เพราะเป็นไปได้ว่าอาจท้องนอกมดลูก

ท้องป่อง

อ้าว…ก็แน่นอน มีเด็กในท้อง ท้องก็ต้องป่องสิ! ก็จริงค่ะแต่ในที่นี้หมายถึง ถ้าว่าที่คุณแม่ตั้งครรภ์จริง ๆ เวลาที่คุณแม่แขม่วท้องแล้วท้องจะไม่ยุบ (รู้สึกเหมือนเราคุมหน้าท้องเราไม่ได้ 555) ซึ่งต่างกับตอนที่คุณแม่ยังไม่มีน้องนะคะ พอเราแขม่วหน้าท้องก็จะยุบตาม

ปัสสาวะบ่อยขึ้น

เป็นเรื่องปกติของคุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะ เพราะร่างกายต้องทำงานหนักขึ้น ผลิตเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ มากขึ้น ไตก็ต้องขับของเสียออกมามากขึ้นเช่นกัน และยิ่งถ้าอายุครรภ์มากขึ้นอาการนี้ก็ยังอยู่นะคะ เพราะเจ้าตัวน้อยไปเบียดอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงกระเพาะปัสสาวะทำให้ปัสสาวะบ่อย

ท้องผูก

หากตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะเลย การบีบตัวของลำไส้ก็ลดลง มดลูกอาจไปทับลำไส้ใหญ่ ทำให้ขับถ่ายลำบาก เกิดอาการท้องผูก แต่ให้คุณแม่ดื่มน้ำเปล่าสะอาด ๆ มาก (ปัสสาวะบ่อยหน่อยก็ไม่เป็นไรนะคะ ดีกว่าท้องผูกเน้อ) และกินอาหารที่มีกากใยสูง ถ้าเป็นไปได้ออกกำลังเบา ๆ เหล่านี้ก็จะช่วยแก้เรื่องท้องผูกได้ค่ะ

จากประสบการณ์ของตัวเองนะคะ ถ้าคุณแม่เป็นแบบนี้เกินครึ่งก็มั่นใจได้เลยว่า “ตั้งครรภ์” และถ้าจะให้ชัวร์แบบเห็น ๆ กันไปเลยก็ลองซื้อชุดตรวจครรภ์มาสัก 3 อัน 3 ยี่ห้อนะคะ งานนี้จะได้ดีใจกันสุดตัวไปเลย^^ อ้อ…ถ้าน้องมาแล้ว อย่าลืมไปฝากครรภ์กันด้วยนะคะ

แม่โน้ต

246,092 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ